เมื่อโลกเดินหน้าสู่พลังงานสะอาด และการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยานยนต์ไฟฟ้า EV กลายเป็นเทคโนโลยีได้รับความสนใจที่สุด โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีนโยบายสนับสนุน EV กำลังเข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม มิสเตอร์ คุ้มค่า จะพาไปเจาะลึกทุกประเด็น เพื่อให้เข้าใจถึงภาพรวมมาตรฐานและข้อบังคับต่าง ๆ ที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยให้มากขึ้น
มาตรฐานความปลอดภัยเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คืออะไร?
รถไฟฟ้า EV คือ รถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิม มีข้อดีหลายประการ ทั้งในแง่ของพลังงานสะอาด เสียงรบกวนต่ำ และประสิทธิภาพที่ดีกว่าในบางแง่มุม แต่ด้วยเทคโนโลยีที่แตกต่างจากรถทั่วไป ทั้งในเรื่องของแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และมอเตอร์ไฟฟ้า มาตรฐานความปลอดภัย
ดังนั้น รถยนต์ไฟฟ้า จึงต้องพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อลดความเสี่ยงทั้งจากไฟฟ้าลัดวงจร การรั่วไหลของพลังงาน และการชนที่อาจทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหาย โดยมีมาตรฐานที่ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามดังนี้
- UN ECE R100: มาตรฐานความปลอดภัยระบบไฟฟ้าแรงสูงใน EV
- UN ECE R94/R95: ว่าด้วยความปลอดภัยกรณีการชนด้านหน้าและด้านข้าง
- ISO 6469: มาตรฐานสำหรับระบบขับเคลื่อน, การจัดวางพลังงาน, และความปลอดภัยไฟฟ้าในรถ EV
- TIS (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม): ของ สมอ. ที่ควบคุมการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย
และเพื่อความอุ่นใจที่มากกว่า การให้ความสำคัญกับ “การประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า” ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะประกันภัยสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า EV อาจมีเบี้ยประกันที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไปเล็กน้อย การเลือกประกันที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่ ความเสียหายจากระบบไฟฟ้า จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันได้
กฎหมายความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าที่ควรรู้
นอกจากความอุ่นใจในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และการประกันภัยรถยนต์แล้ว “กฎหมายความปลอดภัย” ก็เป็นอีกหนึ่งในเรื่องไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นกัน ซึ่งในประเทศไทยหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องกฎหมายความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้า EV มีดังนี้
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
- กรมการขนส่งทางบก
- สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
ภายใต้พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รถยนต์ไฟฟ้าต้องผ่ายการรับรองจาก สมอ. และมีการตรวจสอบตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้
- การทดสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่แรงดันสูง
- การทดสอบระบบเบรก ระบบกันสะเทือน และโครงสร้างรับแรงกระแทก
- การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์ เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วหรือช็อต
- การแสดงสัญลักษณ์ความปลอดภัยอย่างถูกต้องตามข้อกำหนด
พาหาคำตอบ รถยนต์ไฟฟ้าล้างได้ไหม?
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังสงสัยว่ารถไฟฟ้าล้างได้ไหม คำตอบคือ “ล้างได้เหมือนกับรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป” จะล้างด้วยตัวเองหรือจะใช้บริการคาร์แคร์ก็ได้เช่นกัน แต่อาจมีข้อควรระวังดังต่อไปนี้
ล้างยานยนต์ไฟฟ้า EV ที่คาร์แคร์
- จอดในพื้นที่ที่เหมาะสม และล็อกล้อด้วยเกียร์ P
- ห้ามล้างรถไฟฟ้าขณะชาร์จแบต
- ตรวจเช็กประตู หน้าต่าง และช่องเสียบชาร์จแบตว่าปิดสนิทเรียบร้อยจึงดับเครื่อง
ล้างรถไฟฟ้าด้วยตัวเอง
- ตรวจสอบช่องชาร์จแบตเตอรี่ว่าปิดสนิทดีแล้วหรือไม่
- ไม่ชาร์จแบตขณะล้างรถ
โครงสร้างรถยนต์ไฟฟ้า ปลอดภัยแค่ไหน?
หนึ่งในความท้าทายของรถยนต์ไฟฟ้า คือ การออกแบบโครงสร้างรถยนต์ไฟฟ้าให้สามารถรองรับแรงกระแทก ขณะเกิดอุบัติเหตุได้เท่ากับหรือดีกว่ารถยนต์ทั่วไป ซึ่งปกติแล้วจะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
- การจัดวางแบตเตอรี่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย เช่น ใต้ท้องรถ เพื่อป้องกันการชน
- การป้องกันรั่วไหลของสารเคมีในแบตเตอรี่
- ระบบตัดการเชื่อมต่อไฟฟ้าอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน
ทั้งนี้ ระบบขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้ายังมีความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ซึ่งประกอบด้วยด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า, อินเวอร์เตอร์ และชุดควบคุมแรงบิดและแรงดันไฟฟ้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น รถความร้อนขึ้น ไฟฟ้าช็อต หรือระบบควบคุมผิดพลาด ทำให้ต้องมีการออกแบบวงจรควบคุม และระบบตัดไฟที่ทำงานทันทีเมื่อเกิดปัญหา
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์ มีอะไรบ้าง?
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์ ถือเป้นสิ่งจำเป็นมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน EV ที่มีระบบไฟฟ้าแรงสูง การตรวจสอบจะต้องครอบคลุมการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า ความต้านทานของฉนวน สัญญาณเตือนความผิดปกติ และความสามารถในการตัดกระแสฉุกเฉิน ผู้ให้บริการตรวจสอบต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการ และใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เช่น เครื่อง Insulation Tester, Battery Analyzer
กรมขนส่งทางบก ประกาศยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทุกมิติและสอดคล้องตามมาตรฐานสากล หรือข้อกำหนดสหประชาชาติ โดยผู้ผลิต ประกอบ หรือนำเข้ารถยนต์ จะต้องดำเนินการขอรับรองแบบ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางเทคนิคด้านยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก (ที่มา: การทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อขอรับรองแบบรถยนต์ไฟฟ้า)
สัญลักษณ์ความปลอดภัย ภาษาสากลที่ต้องเข้าใจ
บนรถ EV ทุกคัน ต้องมีสัญลักษณ์ ความปลอดภัย ‘อย่างน้อย’ 2 ประเภท คือ สัญลักษณ์ระบบไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage) และสัญลักษณ์จุดเชื่อมต่อฉุกเฉิน (Emergency Cut-off) นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์สำหรับจุดชาร์จ, เตือนแบตเตอรี่เสียหาย และเตือนอุณหภูมิแบตเตอรี่เกิน
*หมายเหตุ: การติดตั้งและตำแหน่งต้องเป็นไปตามมาตรฐาน UNECE และ ISO เพื่อให้ผู้ใช้งานและเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเข้าใจตรงกันในระดับสากลการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า EV ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของนวัตกรรม แต่ยังรวมถึง “ความรับชอบต่อความปลอดภัย” ทั้งของผู้ใช้และบุคคลรอบข้าง ผู้ผลิตต้องยึดมั่นในกฎหมายความปลอดภัย และมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ควรเลือกซื้อรถที่มีใบรับรอง และติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ รวมถึงเลือกซื้อและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองตอบโจทย์ ก็จะช่วยให้อุ่นใจได้ตลอดการเดินทางแล้ว
คำจำกัดความ
ยานยนต์ | ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง โดยทั่วไปมีล้อ และไม่วิ่งบนราง |
รถความร้อนขึ้น | อาการที่เครื่องยนต์ของรถยนต์มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ |
ระบบกันสะเทือน | ระบบที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของตัวรถ, เครื่องยนต์, ผู้โดยสาร, และสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายในรถ |