สิ่งที่เจ้าของรถไม่ควรมองข้าม คือ การเช็คประกันรถยนต์ ว่าครั้งต่อไปรถคุณจะต้องจ่ายเท่าไร มากกว่าเดิมหรือได้ส่วนรถ อยู่ค่ายประกันเดิมหรือเปลี่ยนค่ายให้ได้จ่ายค่าเบี้ยที่ถูกกว่า เพราะจริง ๆ “เบี้ยประกันปีต่อไป” การันตีไม่ได้เลยว่าจะจ่ายเท่าเดิม เพราะประวัติการเคลมคือข้อมูลสำคัญ ที่บริษัทประกันใช้ประเมินความเสี่ยงของผู้ขับขี่ หากคุณมีการเคลมบ่อย เบี้ยประกันก็อาจสูงขึ้นกว่าปกติที่เคยจ่าย
วันนี้จะพาทุกคนไปดู วิธีเช็คประกันรถยนต์ ประวัติการเคลมประกันรถยนต์ ทั้งผ่าน คปภ. และบริษัทประกันภัย รวมถึงอธิบายว่าประวัติการเคลมมีผลต่อเบี้ยประกันอย่างไรบ้าง ตามไปดูกัน
ประวัติการเคลมประกัน มีผลต่อเบี้ยประกันอย่างไรบ้าง?
ประวัติการเคลมประกัน (Claim History) เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อ “เบี้ยประกัน” โดยตรง โดยเฉพาะในประกันรถยนต์และประกันสุขภาพ ซึ่งทางบริษัทประกันจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อประเมินความเสี่ยงของผู้เอาประกันนั่นเอง สำหรับประวัติการเคลมจะเป็นข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ทุกครั้ง เมื่อมีการเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อย หรืออุบัติเหตุใหญ่ จะส่งผลต่อเบี้ยประกันปีต่อไป ดังนี้
ผลกระทบต่อเบี้ยประกันปีต่อไป
- ไม่มีประวัติเคลม: หากไม่มีการเคลมตลอดทั้งปี จะได้ส่วนลดประวัติดี 10-50% ขึ้นกับจำนวนปีที่ไม่เคลม
- เคลมเล็กน้อย (ไม่ใช่ฝ่ายผิด): จะได้รับส่วนลดลดลงเล็กน้อย หรือไม่กระทบกับเบี้ยประกันปีต่อไปเลย
- เคลมบ่อย (เป็นฝ่ายผิดหลายครั้ง): เบี้ยประกันอาจ “เพิ่มขึ้น” หรือบางบริษัท “ไม่รับต่ออายุ” เป็นต้น
การเปรียบเทียบประกันรถยนต์ จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่อาจแตกต่างกันระหว่างแต่ละบริษัท เช่น การคุ้มครองประเภทต่าง ๆ การเคลมประกันง่ายหรือยาก รวมถึงราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณ โดยการเปรียบเทียบส่วนนี้สามารถช่วยให้คุณเลือกประกันที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
พร้อมที่จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์หรือยัง?
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ
เหตุผลที่ต้องเช็คประวัติเคลม และมีวิธีเช็คอย่างไร?
การเช็คประวัติการเคลมประกันรถยนต์ หรือประวัติเคลมผ่านบริษัทประกัน/คปภ. สามารถทำได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการดูข้อมูลจากที่ใด ซึ่งเหตุผลที่ต้องเช็คประวัติการเคลมรถ เพราะจะช่วยตรวจสอบข้อมูลให้ตรงก่อนจะต่อประกัน อีกทั้งยังช่วยคำนวณเบี้ยประกันได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น เนื่องจากบางครั้งคุณอาจจำไม่ได้ว่ามีการเคลมบ่อยแค่ไหน และในกรณีที่ต้องการขายรถ ก็ช่วยให้ผู้ซื้อได้รู้ว่ารถคันนี้เคยเคลมมาหรือไม่ ดังนั้นไปดูวิธีเช็คประวัติการเคลมรถยนต์กันเลย
เช็คผ่านบริษัทประกันโดยตรง
หากคุณทำประกันกับบริษัทประกันอยู่ สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า หรือฝ่ายสินไหมของบริษัทนั้น ๆ เพื่อขอรายงานประวัติการเคลมประกันรถยนต์ย้อนหลังได้ทันที โดยใช้ข้อมูลพื้นฐาน เช่น
- ดูกรมธรรม์
- เลขทะเบียนรถ
- เลขบัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
เช็คผ่าน คปภ.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. จะมีระบบกลางเพื่อเก็บข้อมูลการเคลมของผู้เอาประกันไว้บางส่วน ให้เราเช็คประกันรถยนต์ได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในกรณีที่มีการร้องเรียน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลม โดยคุณสามารถตรวจสอบประวัติการเคลมได้ง่าย ๆ คือ
- ติดต่อศูนย์ข้อมูล คปภ.
- โทรศัพท์สายด่วน : 1186
- เว็บไซต์ : https://www.oic.or.th
- เตรียมข้อมูลให้พร้อม ได้แก่
- ชื่อ-นามสกุล
- หมายเลขบัตรประชาชน
- เลขทะเบียนรถ (ถ้ามี)
- ชื่อบริษัทประกันเดิม/ปัจจุบัน
- แจ้งความประสงค์ว่า “ต้องการตรวจสอบประวัติการเคลมประกันรถยนต์”
- เจ้าหน้าที่อาจขอให้ยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร หรือส่งเอกสารทางอีเมล
- จะได้รับเป็นหนังสือตอบกลับ หรืออีเมลแจ้งข้อมูล หากมีประวัติการร้องเรียน หรือเคลมในระบบ
หากมีการเคลมประกันบ่อย เบี้ยปีต่อไปจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ คำนวณจากอะไร?
โดยปกติแล้วบริษัทประกันจะใช้ “ประวัติการเคลม” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะคำนวณเบี้ยประกันปีถัดไป ทั้งการเคลมประกัน ไม่มีคู่กรณี และการเคลมประกันรถโดนเฉี่ยวมีคู่กรณี ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลได้ทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละบริษัทประกันจะมี “สูตรคำนวณเบี้ย” แตกต่างกันเล็กน้อย แต่จะมีหลักการโดยรวมเหมือนกัน ได้แก่
การคำนวณส่วนลดประวัติดี (NCB)
- ปีแรก (ไม่มีเคลม) : หากในปีแรกไม่มีการเคลมประกัน มีคู่กรณีเลย จะได้รับส่วนลดเบี้ย 20%s
- ต่ออายุปีที่ 2 : ไม่มีการเคลมอย่างต่อเนื่อง จะได้รับส่วนลดเบี้ย 30%
- ต่ออายุปีที่ 3 : ไม่มีการเคลมอย่างต่อเนื่อง จะได้รับส่วนลดเบี้ย 40%
- ต่ออายุปีที่ 4 เป็นต้นไป : ไม่มีการเคลมอย่างต่อเนื่อง จะได้รับส่วนลดเบี้ย 50% (สูงสุด)
แต่หากมีการเคลมเกิดขึ้น โดยเฉพาะเราเป็นฝ่ายผิด ส่วนลดนี้จะ “ลดลง” หรือ “รีเซ็ตกลับไปเริ่มใหม่” ได้นั่นเอง
การคำนวณส่วนลดประวัติไม่ดี
- เคลมเล็กน้อย 1 ครั้ง : อาจไม่มีผล หรือมีผล +5-10%
- เคลมฝ่ายผิด 1 ครั้ง : มีผล +10-20%
- เคลมฝ่ายผิด 2 ครั้งขึ้นไป : มีผล +20-50%
- เคลมรุนแรง (เช่น รถชนหนัก, Total loss) : มีผล +50-100% หรืออาจไม่รับต่ออายุ
- เคลมฝ่ายถูก : ปกติไม่บวกเพิ่ม
ตัวอย่างการคำนวณ
- ในปีนี้มีการเคลม 3 ครั้ง (เคลมบ่อย) และเป็นฝ่ายผิด 2 ครั้ง
- เบี้ยประกันปีนี้อยู่ที่ 15,000 บาท
- เบี้ยปีถัดไปอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 20-40% กลายเป็น 18,000-21,000 บาท โดยประมาณ
- แต่หากไม่มีการเคลมเลย อาจได้รับส่วนลด No Claim Bonus 10–20% จ่ายเพียง 12,000-13,500 บาท
เช็คประวัติเคลมออนไลน์ได้ไหม ทำอย่างไร?
การเช็คประวัติเคลมรถยนต์แบบออนไลน์ สามารทำได้อย่างง่ายดาย เพราะในปัจจุบันหลาย ๆ บริษัทเปิดใหม่ ให้เช็คได้อย่างสะดวก เช่น
- เว็บไซต์บริษัทประกันภัย
- แอปพลิเคชันมือถือ
- เว็บไซต์ คปภ. (ผ่านระบบ IBS)
เพียงกรอกเลขทะเบียนรถ หรือเลขกรมธรรม์ ก็สามารถดูประวัติการเคลมย้อนหลังได้อย่างสะดวก ไม่ต้องโทร หรือเดินทางไปที่สาขา
ข้อควรระวังในการเช็คประกันรถยนต์และการเคลม
การเช็คประกันรถยนต์และเคลมประกันรถยนต์ เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความรอบคอบและความรู้ หากคุณไม่ระวังในบางขั้นตอน อาจทำให้เกิดความล่าช้าหรือปัญหาต่าง ๆ ดังนี้
- ตรวจสอบเงื่อนไขของประกันให้ครบถ้วน
- เก็บเอกสารต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง เช่น ใบเสร็จรับเงิน, ใบแจ้งเคลม และเอกสารการจ่ายเงิน
- หากเกิดข้อผิดพลาดในการเคลมประกันรถยนต์ ให้ติดต่อบริษัทประกันเพื่อขอคำแนะนำ
การเช็คประกันรถยนต์ หรือประวัติการเคลมประกันรถยนต์ ไม่เพียงช่วยให้คุณวางแผนต่อประกันได้อย่างเหมาะสม แต่ยังเป็นตัวช่วยป้องกันการคิดเบี้ยประกันเกินจริง และหากไม่มีการเคลม คุณยังได้รับส่วนลดเบี้ยในปีถัดไปอีกด้วย ดังนั้นก่อนต่อประกันทุกครั้ง อย่าลืมตรวจสอบผ่านบริษัทประกัน หรือ คปภ. เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
คำจำกัดความ
| ประวัติการเคลมประกัน | บันทึกการแจ้งขอค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ |
| ฝ่ายสินไหม | แผนกหรือส่วนงานในบริษัทประกันภัยที่ทำหน้าที่จัดการและพิจารณา "สินไหมทดแทน" |
| ระบบ IBS | ระบบฐานข้อมูลกลางด้านการประกันภัย (Insurance Bureau System) ที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการเอาประกันภัย |



