ผู้ใช้ EV มือใหม่ต้องรู้! ความแตกต่างของประกันรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละประเภท

ผู้ใช้ EV มือใหม่ต้องรู้! ความแตกต่างของประกันรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละประเภท | มิสเตอร์ คุ้มค่า

ในยุคที่รถไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนไทยมากขึ้น การเลือกทำประกันรถไฟฟ้าที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การเลือกยี่ห้อรถ EV ในไทย บทความนี้จะแนะนำว่าประเภทของประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าชั้นไหนเหมาะกับใคร และช่วยคุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้นสำหรับรถ EV พร้อมมีค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้าโดยเฉลี่ยให้ดูในรูปแบบเข้าใจง่าย ตามไปดูกันเลย

ประกันรถ EV ชั้นไหนเหมาะกับใคร?

ผู้ใช้รถไฟฟ้าแต่ละคน มีงบประมาณและลักษณะการขับขี่ต่างกัน ดังนั้นการเลือกประกันควรดูตามการใช้งานจริง รวมทั้งรุ่นรถ เช่น Tesla, BYD, MG, NETA, Volvo EV หรือ GWM ด้านล่างนี้คือคำแนะนำง่าย ๆ ว่าชั้นไหนเหมาะกับใคร

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1

    เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาสูงหรือรถใหม่ เช่น Tesla Model 3, Volvo EX30, BYD Seal, GWM Ora 07 เพราะรถไฟฟ้าเหล่านี้มีค่าอะไหล่และแบตเตอรี่สูง การเลือกประกันชั้น 1 จะคุ้มค่าที่สุด

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2

    เหมาะกับผู้ใช้รถ EV ระดับกลาง-ล่าง เช่น BYD Dolphin, MG4, Neta V-II เจ้าของรถที่ใช้ในเมือง และมีประสบการณ์ขับรถพอสมควร สามารถเลือกซื้อชั้นนี้เพื่อประหยัดค่าเบี้ยได้ แต่จะให้ความคุ้มครองกรณี “รถชนรถ” เท่านั้น

  • ประกันรถยนต์ชั้น 3

    เหมาะกับรถ EV ราคาประหยัดหรือรถใช้น้อย วิ่งได้ระยะทางไม่ไกลมาก อาทิ Wuling Air EV, Neta Aya ตอบโจทย์สำหรับคนใช้งานรถไม่มาก วิ่งในระยะใกล้ ไม่มีความเสี่ยงสูง และต้องการลดค่าใช้จ่ายรายปี

อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของรุ่นรถกับประกันแต่ละประเภท “ไม่ได้ตายตัว” เสมอไป บางคนใช้ BYD Dolphin จะซื้อประกันชั้น 1 เพื่อให้การคุ้มครองที่อุ่นใจ ครอบคลุมครบ ก็ไม่ผิด หรือใช้ BYD Seal ในปีที่ 2, 3 แล้ว อยากลดค่าใช้จ่ายเรื่องเบี้ยประกัน ขับรถชำนาญมั่นใจว่าไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี ก็สามารถเลือกประกันชั้น 2 เพื่อให้ช่วยประหยัดค่าเบี้ยได้เช่นกัน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ลักษณะการใช้รถ การขับขี่ แต่ละคนเป็นอย่างไร คนที่จะตอบได้มากที่สุดคือ “ตัวคุณเอง” ว่าประกันแบบไหนเหมาะกับคุณและรถมากที่สุด

พร้อมที่จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์หรือยัง?

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ

ความแตกต่างของความคุ้มครองประกันรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละชั้น

การทำความเข้าใจ “ความคุ้มครอง” ของประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ละชั้น คือขั้นตอนแรกของการเลือกประกันรถยนต์ไฟฟ้าให้เหมาะที่สุด ยิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาซ่อมชิ้นส่วนแพงกว่ารถน้ำมัน การรู้ว่าชั้นไหนคุ้มครองอะไรบ้าง จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ดี ด้านล่างนี้คือตารางเปรียบเทียบประกันรถ EV ที่สรุปความแตกต่างของแต่ละชั้น

ความแตกต่างของความคุ้มครองประกันรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละชั้น | มิสเตอร์ คุ้มค่า

ความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์ไฟฟ้า ต่างจากรถน้ำมันหรือไม่?

เข้าใจก่อนว่าความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์ไฟฟ้า ให้ความคุ้มครองเหมือนกับ พ.ร.บ. รถยนต์ทั่วไป แต่จุดที่แตกต่างกันคือ ‘เบี้ยประกัน’ โดยเบี้ยของ พ.ร.บ. รถยนต์ไฟฟ้าจะมีดังนี้

  • รถจักรยานยนต์: 376.64 บาท
  • รถสามล้อ: 1,547.22 บาท
  • รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน: 2,041.56 บาท

ประโยชน์ของ พ.ร.บ. รถยนต์ไฟฟ้า

กรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นกับรถที่ทำประกัน พ.ร.บ. ความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์ จะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้

  1. คุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้น

    หลังจากเกิดเหตุไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ จะได้รับความคุ้มครองในความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนี้

    • กรณีบาดเจ็บ: ได้รับชดเชยเป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30,000 บาท/คน
    • กรณีสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพ: บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท/คน
    • กรณีเสียชีวิต: ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัย จะได้รับการชดใช้เป็นค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ จำนวน 35,000 บาท/คน
  2. คุ้มครองค่าสินไหมทดแทน

    เป็นค่าเสียหาย ‘หลังจากพิสูจน์แล้วว่าผู้ประสบภัยเป็นฝ่ายถูก’ โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามมูลรายละเอียดดังนี้

    • กรณีบาดเจ็บ: ได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจริง (มีหลักฐานการชำระเงิน) แต่ไม่เกิน 80,000 บาท/คน
    • กรณีเสียชีวิต: ทายาทโดยธรรมจะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นจำนวนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/คน
    • กรณีสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพถาวร: ผู้ประสบภัยจะได้รับค่าทดแทนเป็นเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 200,000-500,000 บาท/คน 
    • กรณีเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน: ผู้ประสบภัยจะได้รับค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท จำนวนรวมกันไม่เกิน 20 วัน

เปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้าแต่ละชั้น

ก่อนเลือกประกัน การดู “ค่าประกันรถไฟฟ้าเฉลี่ย” ของรถ EV ในไทย จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วเบี้ยประกันรถไฟฟ้าจะสูงกว่ารถน้ำมันประมาณ 10-20% เนื่องจากค่าอะไหล่และค่าซ่อมระบบไฟฟ้า-แบตเตอรี่สูงกว่านั่นเอง

ชั้นประกัน ค่าเบี้ย (ต่อปี) เหมาะกับ
ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3
18,000 - 35,000 บาท 12,000 - 20,000 บาท 7,000 - 12,000 บาท
รถใหม่ หรือราคา 8 แสน - 2 ล้านบาท รถราคากลาง หรือผู้ใช้งานในเมือง รถราคาประหยัด รถใช้น้อย
*หมายเหตุ: ราคาขึ้นอยู่กับแบรนด์รถ เช่น Tesla จะสูงกว่า รถไฟฟ้า byd ในไทย หรือ MG

ในช่วงปี 2566-2567 ไทยเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตสูงมาก สร้างยอดจดทะเบียนสะสมแล้วกว่า 200,000 คัน แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ นำมาซึ่งเสียงร้องเรียนจำนวนมาก สภาผู้บริโภคได้รับเรื่องกว่า 200 ราย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 พบปัญหาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ อะไหล่ขาดแคลน ศูนย์บริการล่าช้า รวมถึงมีปัญหาในเรื่องการจดทะเบียนและออกป้ายขาวล่าช้า ตลอดจนเงื่อนไขประกันไม่ชัดเจน และมูลค่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ลดลงผิดปกติ (ที่มา: รถยนต์ไฟฟ้าไทยโต ระบบคุ้มครองยังไม่ทัน สวนทางต่างประเทศ)

เช็กหน่อย รถของคุณเหมาะกับประกัน EV ชั้นไหน?

การรู้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าของคุณควรทำประกันชั้นไหน ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ลองตรวจเช็กลิสต์นี้ก่อนตัดสินใจ หากตอบว่า “ใช่” มากกว่า 3 ข้อ ก็ให้คุณเลือกประกันรถไฟฟ้าชั้นนั้นได้เลย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปเช็กลิสต์กันเลย

เหมาะกับประกันรถไฟฟ้าชั้น 1

  • เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่งออกจากศูนย์
  • ราคาเกิน 1 ล้านบาท
  • กลัวความเสียหายแบตเตอรี่/ระบบไฟฟ้า
  • ใช้รถทุกวัน มีความเสี่ยงสูง
  • จอดในที่ไม่ปลอดภัย

เหมาะกับประกันรถไฟฟ้าชั้น 2

  • ขับรถมีประสบการณ์
  • ใช้รถในเมืองเป็นหลัก ถนนดี
  • ต้องการประกันรถรถไฟฟ้าที่คุ้มค่า ราคาเบี้ยกลาง ๆ
  • รถ EV รุ่นกลาง เช่น BYD Dolphin, MG4

เหมาะกับประกันรถไฟฟ้าชั้น 3

  • รถบ้าน ใช้น้อย วิ่งเฉพาะในเมืองระยะทางใกล้ ๆ
  • ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้า
  • รถราคาไม่สูง เช่น Neta Aya หรือ Wuling Air EV
  • ไม่ได้กังวลเรื่องความเสียหายรถตัวเองมากนัก

การเลือกประกันสำหรับรถ EV ในไทย ไม่ใช่เพียงดูที่ราคาถูกหรือแพง แต่ต้องดู “ความคุ้มครอง” ที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานของเรา การเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น จะช่วยให้เห็นข้อดี-ข้อจำกัดชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1, 2 หรือชั้น 3 หากเลือกอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่รถไฟฟ้าของคุณมากขึ้น

คำจำกัดความ

รถบ้าน รถมือสองที่เจ้าของนำมาขายเองโดยตรง ไม่ผ่านคนกลางอย่างเต็นท์รถ
ทายาทโดยธรรม ผู้มีสิทธิได้รับมรดกของผู้เสียชีวิตตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ต้องมีพินัยกรรม
ทุพพลภาพถาวร สภาพที่ร่างกายสูญเสียความสามารถในการทำงานหรือดำเนินชีวิตอย่างถาวรจนไม่สามารถกลับคืนสภาพเดิมได้

เปรียบเทียบราคา หรือ ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ

02 080 9292 @mrkumka

บทความที่น่าสนใจ

เพราะเรารู้ว่าคุณรู้สึกสับสนและมึนหัวเพียงใด ในตอนที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่