ในยุคที่การใช้รถยนต์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน การเลือกทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่เจ้าของรถต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกับเกณฑ์ใหม่ที่มีการระบุชื่อผู้ขับขี่ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถว่าควรใส่ชื่อผู้ขับขี่มากแค่ไหน และเบี้ยประกันรถยนต์ปรับขึ้นหรือไม่? มิสเตอร์ คุ้มค่า จะมาวิเคราะห์ว่าเกณฑ์ใหม่ในประกันภัยรถยนต์ ระบุชื่อผู้ขับขี่ส่งผลอย่างไรบ้าง และทำไมจึงควรคำนึงถึงเรื่องนี้ก่อนตัดสินใจทำประกัน
ทำไมต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ในประกันรถยนต์?
การระบุชื่อผู้ขับขี่เป็นหนึ่งในข้อกำหนดใหม่ ที่หลายบริษัทประกันเริ่มนำมาใช้ เพื่อให้การคุ้มครองที่ชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งตามหลักการแล้วการระบุผู้ขับขี่มีเหตุผลหลายประการที่ควรพิจารณา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ลดความเสี่ยง: การระบุชื่อผู้ขับขี่ช่วยให้บริษัทประกันสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากผู้ขับขี่แต่ละคนมีลักษณะการขับขี่ และประวัติการขับขี่ที่แตกต่างกัน
- เพิ่มความชัดเจนในการคุ้มครอง: การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ จะช่วยให้การคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขที่ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่มีอุบัติเหตุที่ผู้ขับขี่ไม่ใช่เจ้าของรถ
ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. พูดถึงประเด็นนี้ว่า “การกำหนดแบบประกันภัยรถยนต์ให้เป็นแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์สันดาป เป้าหมายใหญ่เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน และส่งเสริมความรับผิดชอบรวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากพฤติกรรมการขับขี่จะส่งผลโดยตรงต่อค่าเบี้ยประกันภัย ” (ที่มา: ทำไมประเทศไทยต้องบังคับใช้ประกันภัยรถยนต์แบบ ‘ระบุคนขับ’ เริ่มรถสันดาปป้ายแดงปีนี้ ใช้ทั้งระบบปี 69!)
พร้อมที่จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์หรือยัง?
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ
พาหาคำตอบ ประกันระบุผู้ขับขี่ได้กี่คน?
จริง ๆ แล้ว ประกันภัยรถยนต์ระบุชื่อผู้ขับขี่สามารถระบุชื่อได้สูงสุด 5 รายต่อกรมธรรม์ แต่จำนวนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานรถยนต์ของคุณ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น มิสเตอร์ คุ้มค่า จะ ‘ยกตัวอย่าง’ ให้คุณเข้าใจดังนี้
- หากคุณเป็นเจ้าของรถที่ขับขี่เพียงคนเดียว แถมยังเป็นรถบ้านใช้น้อย อาจจะระบุชื่อผู้ขับขี่แค่คนเดียว
- หากรถของคุณใช้ร่วมกันในครอบครัว หรือเป็นรถบริษัทที่มีคนขับหลายคน คุณอาจจะต้องระบุชื่อหลายคน ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ใช้รถ
โดยทั่วไปแล้ว บริษัทประกันมักกำหนดว่าคุณสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้หลายคน แต่ในบางกรณีหากมีการเพิ่มจำนวนผู้ขับขี่ ‘เกินจำนวน’ ที่บริษัทกำหนด อาจทำให้เบี้ยประกันรถยนต์ปรับขึ้นได้ นอกจากจะเปรียบเทียบประกันรถยนต์ให้ดีแล้ว อย่าลืมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมให้ดีก่อนตัดสินใจทำประกัน
ตอบชัด ๆ เบี้ยประกันรถยนต์ปรับขึ้นหรือไม่ เมื่อระบุชื่อผู้ขับขี่มากขึ้น?
การระบุผู้ขับขี่หลายคนในประกันภัยรถยนต์ จะมีผลต่อค่าเบี้ยประกัน โดยทั่วไปเบี้ยประกันรถยนต์ปรับขึ้นเมื่อมีการ “เพิ่มชื่อผู้ขับขี่ที่มีประวัติการขับขี่ไม่ดี” หรือมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะบริษัทประกันจะประเมินความเสี่ยงจากการขับขี่ของแต่ละคนเป็นหลัก
ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นมีอะไรบ้าง?
- ผู้ขับขี่ที่มีประวัติการขับขี่ไม่ดี: หากผู้ขับขี่มีประวัติการขับขี่ที่ไม่ดี เช่น เกิดอุบัติเหตุบ่อย หรือฝ่าฝืนกฎจราจร จะทำให้เบี้ยประกันสูงขึ้น
- เพิ่มจำนวนผู้ขับขี่ในกรมธรรม์: การระบุชื่อผู้ขับขี่หลายคนที่มีประวัติการขับขี่ที่ไม่ค่อยดี อาจทำให้ค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น
- ประเภทของผู้ขับขี่: หากเป็นผู้ขับขี่ที่อายุน้อย หรือมีประสบการณ์ขับขี่น้อย ขับรถไม่แข็ง เบี้ยประกันอาจสูงขึ้น
เคล็ดลับในการเลือกจำนวนชื่อผู้ขับขี่
ก่อนตัดสินใจจะระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ คุณอาจต้องลองใช้เครื่องมือเปรียบเทียบประกันออนไลน์ เพื่อดูผลของการใส่ชื่อหลายคนในกรมธรรม์ ว่าจะมีผลต่อเบี้ยประกันอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบว่า “บริษัทไหนปรับตามเกณฑ์ใหม่แล้ว” โดยสามารถติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเงื่อนไขประกันภัยรถยนต์ ระบุชื่อผู้ขับขี่ รวมถึงการปรับเบี้ยประกัน
จะเกิดอะไรขึ้น หากระบุชื่อผู้ขับขี่ไม่ครบ?
การอ่านกรมธรรม์อย่างละเอียดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในกรณีที่บริษัทประกันระบุว่า “จะต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ครบถ้วน” หากมีการระบุชื่อไม่ครบ อาจจะส่งผลกระทบต่อความคุ้มครอง และบางครั้งอาจทำให้การชดเชยค่าสินไหมทดแทนถูกปฏิเสธ
ประกันภัยรถยนต์ ระบุชื่อผู้ขับขี่ ส่งผลอย่างไร หากคนขับไม่ใช่เจ้าของรถ?
หลายคนอาจสงสัยว่าคนขับไม่ใช่เจ้าของรถ ประกันจ่ายไหม? โดยเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ต้องบอกเลยว่าสามารถเคลมประกันรถยนต์ได้ เพราะทางบริษัทประกันยังคงให้ความคุ้มครองตามปกติ เพียงแต่คุณอาจต้องจ่ายค่าเสียหายเอง โดยแบ่งเป็น 2 ข้อดังนี้
- หากบุคคลที่ไม่ได้มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ เป็นคนขับและเกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นฝ่ายถูกก็สบายหายห่วง เพราะประกันของทางคู่กรณีจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบ
- แต่หากบุคคลที่ไม่ได้มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์เป็นฝ่ายผิด ทางบริษัทประกันยังคงรับผิดชอบอยู่ แต่คุณอาจต้องจ่าย ‘ค่าร่วมซ่อมรถ’ ให้กับคู่กรณี จำนวน 2,000 บาท และอาจต้องจ่ายค่าซ่อมรถของตัวเองในกรณีที่เกิดความเสียหาย จำนวน 6,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินเหล่านี้ไม่ใช่การจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกหรือค่า Excess แต่เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนที่คุณ ‘ผิดเงื่อนไข’ ของประกันรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่นั่นเอง
การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ มีข้อดีหลายประการทั้งในการลดความเสี่ยง และเพิ่มความชัดเจนในการคุ้มครอง ขณะเดียวกันหากระบุจำนวนผู้ขับขี่มากขึ้น ก็อาจส่งผลให้เบี้ยประกันรถยนต์ปรับขึ้นตามจำนวน และลักษณะของผู้ขับขี่ที่ระบุ แต่ในทางกลับกันหากระบุชื่อที่เหมาะสมกับการใช้รถแล้ว ก็อาจเป็นการเลือกที่คุ้มค่าที่สุดก็เป็นได้
คำจำกัดความ
| ผิดเงื่อนไขของประกันรถยนต์ | การกระทำที่ทำให้การคุ้มครองประกันสิ้นสุดลง หรือทำให้บริษัทประกันไม่คุ้มครองตามที่ตกลงไว้ |
| ลักษณะของผู้ขับขี่ | ลักษณะการกระทำและการตัดสินใจของผู้ขับขี่ยานพาหนะ ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร, การแสดงความมีน้ำใจต่อผู้ร่วมทาง, การมีสติและระมัดระวัง และการควบคุมอารมณ์ขณะขับขี่ |
| ประวัติการขับขี่ไม่ดี | การมีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎจราจรและมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ |



