การทำประกันรถยนต์อาจดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในความคิดของใครหลายคน โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ต้องรัดเข็มขัด ระมัดระวังการใช้จ่าย ทำให้หลายคนเลือกทำแค่ประกันภาคบังคับ พ.ร.บ. ละเลยประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วการขับรถแบบไม่มีประกันภาคสมัครใจนั้น มีความเสี่ยงมากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงประเด็นนี้กัน รวมถึงข้อเท็จจริงอื่น ๆ ที่ควรรู้ก่อนออกถนน
ขับรถไม่มีประกัน มีผลเสียยังไงบ้าง?
ก่อนเจาะลึกถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ต้องรู้จักคำว่า “รถไม่มีประกัน” ให้ดีก่อน กรณีไม่มีประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. หากมีการใช้รถจะถือว่าผิดกฎหมายทันที เพราะเป็นประกันที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี แต่ถ้าหากไม่มีประกันภาคสมัครใจ ยังไม่ถือว่าผิดกฎหมาย คุณสามารถใช้รถได้แต่จะเพิ่มความเสี่ยงทางการเงินเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับคุณและรถ ซึ่งหัวข้อนี้เราจะมาพูดถึงสถานการณ์ที่เจ้าของรถ “ไม่มีประกันเลย” ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นตามมามีดังนี้
1. เสี่ยงถูกดำเนินคดี
พ.ร.บ.รถยนต์ เป็นประกันที่ช่วยคุ้มครองผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งคนขับ ผู้โดยสาร หรือคนเดินถนนโดยไม่ดูว่าใครผิดหรือถูก ถ้าถามว่ารถไม่มีประกัน ผิดกฎหมายไหม บอกเลยว่า “ผิดเต็ม ๆ” หากตำรวจตรวจพบมีโอกาสถูกปรับสูงสุด 10,000 บาท และอาจไม่สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลได้ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อขั้นตอนพื้นฐานอย่าง “การต่อทะเบียนประจำปี” อีกด้วย เพราะกรมการขนส่งทางบกไม่อนุญาตให้รถไม่มี พ.ร.บ. ต่อทะเบียน
บริษัท กลางผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด แนะนำว่า “การทำประกันภัย พ.ร.บ. ถือเป็นหลักประกัน ซึ่งหากรถไปเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบเหตุทุกคนจะได้รับความคุ้มครอง ดังนั้นก่อนนำรถมาใช้งานต้องตรวจสอบการมีกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ. ก่อนทุกครั้ง เพราะหากขับรถไม่มี พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ ก็ถือว่าผิดกฎหมาย”
2. รับผิดชอบค่าเสียหายเองทั้งหมด
ไม่ว่าคุณจะขับรถชำนาญแค่ไหน แต่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากเกิดจากความประมาทของคนอื่น หรือขับรถชนท้ายรถคนอื่น ไม่มีประกัน คุณจะต้องจ่ายค่าซ่อมรถทั้งหมด รวมถึงต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาล หรือค่าสินไหมทดแทน หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
*หมายเหตุ: รถไม่มีประกัน แต่เป็นฝ่ายถูก ต้องจ่ายค่าซ่อมรถเอง / รถไม่มีประกัน แต่เป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่าซ่อมรถเราและรถคู่กรณี3. ไม่มีสิทธิ์รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
ปกติแล้วประกันรถยนต์ชั้น 1 และชั้น 2+ (2 พลัส) มักมีบริการเสริมที่หลายคนมองข้าม เช่น รถยกฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง, ช่างซ่อมฉุกเฉิน, ประสานงานกับโรงพยาบาล คู่กรณี หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากขับรถ ไม่มีประกันก็จะไม่มีสิทธิรับบริการเสริมทั้งหมดนี้
มีแต่ พ.ร.บ. รถยนต์ ความคุ้มครองเพียงพอไหม?
อาจไม่เพียงพอ เพราะความคุ้มครองน้อยเกินไป และไม่คุ้มครองตัวรถอีกด้วยเมื่อเทียบกับกับประกันภาคสมัครใจ ย้ำอีกครั้งว่า พ.ร.บ.รถยนต์ คือ “ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ” ซึ่งกฎหมายไทยกำหนดให้รถทุกคันต้องมี ไม่ว่าคุณจะขับบ่อยหรือไม่ก็ตาม ซึ่งให้ความคุ้มครองเฉพาะ ‘คน’ ไม่คุ้มครองรถหรือทรัพย์สินอื่นใด ประกันประเภทนี้คุ้มครองยังไง และไม่คุ้มครองอะไรบ้างไปดูกันเลย
ความคุ้มครองของ พ.ร.บ.
- ค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ สูงสุด 80,000 บาทต่อคน
- ค่าชดเชยรายวัน
- ค่าทำศพกรณีเสียชีวิต
สิ่งที่ พ.ร.บ.ไม่คุ้มครอง
- ค่าซ่อมรถของคุณและคู่กรณี
- ค่าซ่อมทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เสียหาย
- ค่าทนายความหรือค่าไกล่เกลี่ย
หมายความว่าหากคุณมีแค่ พ.ร.บ.รถยนต์ ไม่มีประกันภาคสมัครใจ เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนขึ้นมา ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดกับตัวรถและทรัพย์สิน คุณจะต้องจ่ายเองทั้งหมด หากอยากได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกส่วน การมีประกันภาคสมัครใจเอาไว้จะช่วยให้อุ่นใจได้มากกว่า แนะนำให้เปรียบเทียบประกันรถยนต์ให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ตรงใจ
รถไม่มีประกัน แต่เป็นฝ่ายถูก มีความเสี่ยงไหม?
ตอบได้เลยว่า มีแน่นอน ขึ้นอยู่กับลักษณะเหตุการณ์และคู่กรณีที่พบเจอ อย่าลืมว่าต่อให้รถไม่มีประกัน แต่เป็นฝ่ายถูก ถ้าคู่กรณีก็ไม่มีประกัน แบบนี้อาจถูกปฏิเสธความรับผิดชอบได้เช่นกัน ซึ่งคุณ (ฝ่ายถูก) ต้องดำเนินเรื่องเองทุกขั้นตอนเพื่อเรียกร้อง เริ่มจากการเรียกตำรวจไปจนถึงการฟ้องร้อง และถ้าหากไม่มีหลักฐานชัดเจนอาจกลายเป็นฝ่ายผิดได้อีกด้วย โดยมีข้อควรรู้ดังนี้
- ต้องมี “หลักฐานสนับสนุน” เช่น พยาน หรือคลิปจากกล้องหน้ารถ
- หากขาดหลักฐาน ตำรวจหรือคู่กรณีอาจตีความว่า “ประมาทร่วม” หรือไม่มีมารยาทในการขับขี่
- ผลที่ตามมา คือ อาจไม่ได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวน หรืออาจโดนกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายผิด
วิธีป้องกันความยุ่งยากกรณีรถไม่มีประกัน แต่เป็นฝ่ายถูก
เพื่อให้การใช้รถใช้ถนนของคุณราบรื่น และลดปัญหาน่าปวดหัวที่อาจต้องพบเจอรายวันสำหรับกรณีรถไม่มีประกัน แต่เป็นฝ่ายถูก มิสเตอร์ คุ้มค่า รวบรวมทริคป้องกันมาให้แล้ว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ทำประกันรถยนต์ขั้นต่ำ เช่น ชั้น 3+ หรือ ประกัน 2+ เพื่อให้บริษัทประกันช่วยเจรจาหรือไล่เบี้ยแทนคุณ
- ติดกล้องหน้ารถคุณภาพดี เพื่อบันทึกหลักฐานอย่างชัดเจน
- หากขับรถไม่มีประกัน อย่าลืมบันทึกภาพและข้อมูลคู่กรณีให้ครบ เช่น ชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, ป้ายทะเบียน, จุดเกิดเหตุ ฯลฯ
- เมื่อมีข้อโต้แย้ง แนะนำให้แจ้งตำรวจทันที
ชนท้ายรถคนอื่น ไม่มีประกัน ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับความเสียหาย รุ่น และแบรนด์รถของคู่กรณี จำไว้เลยว่า “ชนท้าย = ฝ่ายผิด” เป็นกฎที่แทบจะตายตัวบนท้องถนน และถ้าหากคุณเผลอชนท้ายรถคนอื่นแล้วไม่มีประกัน สิ่งที่ตามมาอาจเหนือความคาดหมายได้ ดังนี้
- ค่าแรง ค่าอะไหล่รถยนต์ในการซ่อมรถคู่กรณี
- ค่ารักษาพยาบาลถ้ามีผู้บาดเจ็บ
- ค่าเสียโอกาส เช่น รถหรูให้เช่า, รถใช้งานประจำวัน
- ค่าทนายความหรือค่าดำเนินคดี หากคู่กรณีไม่ยอมตกลง
การไม่มีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็ถือเป็นการเดิมพันกับความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งความเสียหาย การถูกฟ้องร้อง หรือแม้แต่ชีวิตคนอื่น พูดง่าย ๆ ว่าขับรถไม่มีประกัน มีความเสี่ยงทางด้านการเงินสูงมาก ถึงแม้จะเป็นกรณีรถไม่มีประกัน มีแต่ พ.ร.บ.ก็ตาม ดังนั้นหากต้องการความสบายใจทุกครั้งที่ขับรถ การเลือกซื้อความคุ้มครองที่ครอบคลุมจะตอบโจทย์ได้มากกว่า
คำจำกัดความ
รัดเข็มขัด | ประหยัด |
หลักฐานสนับสนุน | ข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่นำมาใช้เพื่อยืนยันหรือสนับสนุนคำกล่าวหรือข้อเสนอที่ต้องการนำเสนอ |
ข้อโต้แย้ง | การแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันระหว่างสองฝ่าย หรือมากกว่านั้น โดยแต่ละฝ่ายพยายามใช้เหตุผล หลักฐาน หรือข้อเท็จจริง เพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของตนเองและคัดค้านความคิดเห็นของอีกฝ่าย |