ในยุคที่หลายคนทำงานแบบ Hybrid หรือ Work from Home กันมากขึ้น ทำให้รถยนต์จำนวนไม่น้อยถูกจอดทิ้งไว้ยาวทั้งสัปดาห์ คำถามสำคัญ คือ “ยังจำเป็นต้องทำประกันรถแบบเดิมหรือไม่” มิสเตอร์ คุ้มค่า จะพาคุณไปทำความเข้าใจประเภทประกันรถยนต์แต่ละแบบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่เหมาะกับคนใช้รถน้อย ขับไม่บ่อย แต่ยังอยากอุ่นใจเรื่องความคุ้มครอง
การจอดรถยาวทั้งสัปดาห์ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
หลายคนเข้าใจว่าการไม่ใช้รถหมายถึงความเสี่ยงที่ลดลง แต่ในความเป็นจริงรถที่จอดนิ่งเป็นเวลานาน กลับมีความเสี่ยงในรูปแบบอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขับขี่โดยตรง ความเสี่ยงเหล่านี้มักเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และหากไม่มีประกันที่เหมาะสม ค่าเสียหายอาจสูงเกินกว่าที่คิด
ความเสี่ยงที่พบบ่อยสำหรับรถที่จอดยาว
- รถถูกเฉี่ยวชนในลานจอดโดยไม่ทราบคู่กรณี
- กิ่งไม้ ป้าย หรือวัตถุตกใส่
- น้ำท่วมขังจากฝนตกหนัก
- ไฟไหม้จากระบบไฟฟ้าหรือเหตุภายนอก
- การโจรกรรมหรือการงัดแงะ
ดังนั้น แม้จะเป็นกลุ่มประกันรถใช้น้อย ก็ยังควรเลือกกรมธรรม์ที่คุ้มครองความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม ไม่มากเกินความจำเป็น แต่ก็ไม่น้อยจนเกินไป จึงเป็นเหตุผลที่จำเป็นต้องเปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลาย ๆ บริษัทให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
พร้อมที่จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์หรือยัง?
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ
ทำไมคนที่ใช้รถน้อย ถึงควรเลือกประกันให้ต่างจากเดิม?
คนจำนวนมากยังคงต่อประกันแบบเดิมทุกปี โดยไม่เคยทบทวน ทั้งที่รูปแบบการใช้รถเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง การใช้ประกันไม่ตรงกับพฤติกรรมจริง อาจทำให้จ่ายค่าเบี้ยสูงเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเหตุผลที่คนกลุ่มนี้ (รถบ้าน ใช้น้อย) ควรพิจารณาใหม่ ได้แก่
- ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงมาก
- รถส่วนใหญ่อยู่ในที่จอดที่มีความปลอดภัย
- ค่าเบี้ยประกันสามารถลดลงได้ หากเลือกแผนที่เหมาะสม
ประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ในมุมมองคนใช้รถน้อย?
คำถามที่หลายคนมักสงสัย คือ ประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับพฤติกรรม “จอดมากกว่าขับ” หากพิจารณาจากความถี่ในการใช้งาน จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่ง มิสเตอร์ คุ้มค่า ได้ลิสต์มาให้แล้ว ดังนี้
- ชั้น 1 เหมาะกับคนขับทุกวัน รถใหม่ หรือรถมูลค่าสูง
- ชั้น 2+ เหมาะกับคนขับน้อย แต่ยังอยากคุ้มครองรถตัวเอง
- ชั้น 3 เหมาะกับรถเก่ามาก และรับความเสี่ยงเองได้
ประกันรถยนต์ 2+ คืออะไร ทำไมถึงฮิตในกลุ่มคนจอดรถยาว?
ประกันรถยนต์ 2+ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ประกันชั้น 2 บวก เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ขับน้อย เน้นจอดยาว ๆ เหตุผลสำคัญ คือ ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับชั้น 1 แต่มีค่าเบี้ยที่ถูกกว่ามาก
ประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง?
- รถชนแบบมีคู่กรณี
- ความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินบุคคลภายนอก
- ยังให้ความคุ้มครองกรณีรถหาย และไฟไหม้
- ค่าเบี้ยประกันประหยัดกว่าชั้น ๅ หลายพันบาทต่อปี
- เหมาะกับรถอายุประมาณ 5-10 ปี
สำหรับรถที่ไม่ได้ใช้งานทุกวัน แต่ยังมีมูลค่าและไม่อยากแบกรับความเสี่ยงเองทั้งหมด ประกันแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ เลยทีเดียว
ประกันตามไมล์ ขับน้อย จ่ายน้อย เหมาะกับคนที่จอดยาวไหม?
ประกันตามไมล์ ขับน้อย จ่ายน้อย เป็นรูปแบบประกันที่คิดค่าเบี้ยตามระยะทางที่ขับจริง เหมาะกับคนที่แทบไม่ใช้รถ และต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ซึ่งประกันประเภทนี้มี ‘ข้อดี’ ที่แตกต่างจากประกันประเภทอื่น ๆ ดังนี้
- ค่าเบี้ยต่ำมากเมื่อเทียบกับประกันรายปี
- เหมาะกับรถที่ขับไม่เกิน 5,000-10,000 กม./ปี
ข้อควรพิจารณา
- ต้องติดตั้งอุปกรณ์วัดระยะทาง
- หากขับเกินกำหนดอาจต้องจ่ายเพิ่ม
- ความคุ้มครองบางด้านอาจจำกัด
รถที่จอดทั้งสัปดาห์ ควรทำประกันรถใช้น้อยแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด?
การเลือกทำประกันรถให้คุ้มค่า แท้จริงแล้วควรพิจารณาจากปัจจัยหลัก 3 ข้อ คือ ความถี่ในการใช้งาน, มูลค่าปัจจุบันของรถ และงบประมาณที่พร้อมจ่ายต่อปี ซึ่ง มิสเตอร์ คุ้มค่า ได้รวบรวมแนวทางการเลือกประกันที่เหมาะสมมาให้แล้ว ดังนี้
- รถใหม่หรือรถราคาแพง เลือกประกันชั้น 1
- รถใช้น้อยแต่ยังมีมูลค่า เลือกประกันรถยนต์ 2+
- รถเก่า ใช้น้อยมาก เลือกชั้น 3 หรือประกันตามไมล์ ขับน้อย จ่ายน้อย
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้รถไม่บ่อย เน้นจอดยาวหลายวันต่อสัปดาห์ รวมถึงต้องการประหยัดค่าเบี้ยแต่ยังอยากคุ้มครองรถ ประกันรถยนต์ 2+ คือทางเลือกที่สมดุลที่สุดในแง่ราคาและความคุ้มครอง ขณะที่ประกันตามไมล์ ขับน้อย จ่ายน้อย ก็เหมาะกับคนที่แทบไม่ใช้รถเลยจริง ๆ สุดท้ายแล้วไม่มีประเภทประกันรถยนต์ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีประกันที่ “เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด” เลือกให้ตรงการใช้งาน เพื่อให้ได้รับทั้งความคุ้มค่าและความสบายใจระยะยาว
คำจำกัดความ
| ประกันตามไมล์ | ประกันรถยนต์รูปแบบใหม่ที่คิดค่าเบี้ยประกันตามระยะทางที่ขับจริง ทำให้จ่ายถูกกว่าประกันปกติ |
| ประเภทประกันรถยนต์ | สัญญาคุ้มครองความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุบัติเหตุการใช้รถ |
| ทำงานแบบ Hybrid | รูปแบบการทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในออฟฟิศ (On-site) กับการทำงานจากระยะไกล (Remote Work) |



