คำศัพท์ประกันภัยเบื้องต้นที่ควรรู้
เรียนรู้และทำความเข้าใจคำศัพท์ที่สำคัญในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทั่วไป พร้อมคำอธิบายที่เข้าใจง่าย ครอบคลุมทุกหมวดหมู่
หมวดประกันทั่วไป
-
ใบเสนอราคาประกันภัย (Quote / Quotation)
เอกสารหรือข้อมูลที่ระบุทุนประกันภัยโดยประมาณเพื่อรับประกันภัยโดยพิจารณาจากข้อมูลส่วนตัวของผู้เอาประกันและข้อมูลรถคันเอาประกันสำหรับประกันรถยนต์
-
ผู้รับประกันภัย (Insurer)
บริษัทประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองและคุ้มครองผู้เอาประกันภัย บริษัทประกันภัยมีหน้าที่รับผิดชอบในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและจัดการกรมธรรม์ตามเงื่อนไขและข้อกำหนด
-
ผู้เอาประกันภัย (Insured)
บุคคลหรือองค์กรที่ได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งหมายถึงบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับสิทธิประโยชน์หรือความคุ้มครองที่กรมธรรม์ประกันภัยระบุไว้
-
ตัวแทนประกันภัย (Insurance Agent)
บุคคลที่เป็นตัวแทนบริษัทประกันภัยในการขายและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย
-
นายหน้าประกันภัย (Insurance Broker)
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยที่ทำให้เกิดการทำสัญญาประกันภัยระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับความคุ้มครองและช่วยค้นหากรมธรรม์ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้เอาประกันภัย
-
การรับประกันภัย (Underwriting)
กระบวนการที่บริษัทประกันภัยใช้ในการประเมินความเสี่ยงในการทำประกันให้กับบุคคลหรือหน่วยงาน
-
ผู้พิจารณาการรับประกันภัย (Underwriter)
ผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินใจว่าจะรับหรือปฏิเสธการรับประกันภัย หรือรับประกันภัยโดยกำหนดเงื่อนไขบางอย่างเพิ่มเติม หรือคิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นจากปกติ
-
นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuary)
ผู้เชี่ยวชาญที่วิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินโดยใช้คณิตศาสตร์ สถิติ และทฤษฎีทางการเงิน โดยมักทำงานให้กับบริษัทประกันภัย
-
กรมธรรม์ประกันภัย (Insurance Policy)
สัญญาอย่างเป็นทางการระหว่างบริษัทประกันภัยและผู้เอาประกัน ซึ่งมีรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขที่บริษัทประกันภัยจะให้ความคุ้มครองทางการเงินหรือการชดใช้เงินสำหรับการสูญเสียที่ระบุไว้ เอกสารนี้จะระบุถึงความคุ้มครอง ข้อยกเว้น เบี้ยประกัน และความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่าย
-
ผู้ถือกรมธรรม์ (Policyholder)
บุคคลที่เป็นเจ้าของกรมธรรม์ประกันภัย บุคคลนี้มีอำนาจใช้สิทธิตามที่ระบุไว้ในสัญญากรมธรรม์ รวมถึงสิทธิในการจัดการกรมธรรม์
-
ผู้รับประโยชน์ (Beneficiary)
บุคคลผู้มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย
-
เบี้ยประกันภัย (Premium)
จำนวนเงินที่ชำระสำหรับกรมธรรม์เพื่อแลกกับความคุ้มครองประกันภัย โดยทั่วไปจะชำระเป็นรายเดือนหรือรายปี
-
การผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย
ตัวเลือกในการชำระเบี้ยประกันเป็นงวด (เช่น รายเดือน รายไตรมาส) แทนการชำระเป็นเงินก้อนเดียว ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้ถือกรมธรรม์ได้
-
เงื่อนไข (Condition)
ข้อกำหนดเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้กรมธรรม์ประกันภัยยังคงมีผลบังคับใช้ เช่น วิธีการยื่นคำเรียกร้องค่าสินไหมและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการหลังจากเกิดการสูญเสีย
-
คำประกาศ (Declarations)
ส่วนหนึ่งของกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับผู้เอาประกัน ทรัพย์สินหรือบุคคลผู้เอาประกัน จำนวนความคุ้มครอง และระยะเวลาของกรมธรรม์ โดยสรุปประเด็นสำคัญของสัญญาประกันภัย
-
วงเงินคุ้มครอง (Coverage Limit)
จำนวนเงินที่บริษัทประกันภัยชำระชดเชยให้สำหรับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนภายใต้กรมธรรม์ วงเงินคุ้มครองจะระบุไว้อย่างชัดเจนในกรมธรรม์และสามารถนำไปใช้ต่อครั้งหรือตลอดระยะเวลาของกรมธรรม์
-
ขีดจำกัดความคุ้มครอง (Policy Limit)
จำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัยจะชำระชดเชยให้สำหรับการสูญเสียที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ คำว่า “จำนวนเงินเอาประกันภัย” มักใช้แทนกันได้ แต่ในประกันภัยรถยนต์ “ขีดจำกัดความคุ้มครอง” จะรวมถึงความคุ้มครองในส่วนอื่นที่นอกเหนือจากจำนวนเงินเอาประกันภัย เช่น ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกต่อครั้ง หรือ ความรับผิดต่อการบาดเจ็บของบุคคลภายนอกต่อคน
-
ทุนประกันภัย หรือ จำนวนเงินเอาประกันภัย (Sum Insured)
จำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัยจะชำระชดเชยให้สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถคันเอาประกัน ไม่รวมความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
-
ข้อความที่ผู้รับประกันภัยระบุไว้ในกรมธรรม์ว่าจะไม่คุ้มครองภัยหรือเหตุแห่งภัยบางอย่าง วัตถุบางชนิด หรือเหตุการณ์บางอย่าง โดยจะระบุไว้อย่างชัดเจนในกรมธรรม์
-
การแก้ไขกรมธรรม์ (Amendment)
การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่ซึ่งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ หรือความคุ้มครอง
-
ใบสลักหลัง หรือ บันทึกการสลักหลัง (Endorsement)
การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่ซึ่งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือความคุ้มครองของกรมธรรม์เดิม
-
สิทธิ์ยกเลิกกรมธรรม์ (Free Look Period)
ระยะเวลาที่กำหนดไว้ซึ่งผู้ถือกรมธรรม์ใหม่สามารถยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยของตนได้โดยไม่มีค่าปรับ และได้รับเงินคืนเบี้ยประกันที่ชำระไปเต็มจำนวน โดยปกติระยะเวลาดังกล่าวจะอยู่ระหว่าง 10 ถึง 30 วัน ขึ้นอยู่เงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย
-
ระยะเวลารอคอย (Waiting Period)
ระยะเวลาที่ไม่สามารถเคลมประกันได้ โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ให้ความคุ้มครองหรือวันที่อนุมัติกรมธรรม์ จนถึงวันครบกำหนดตามที่กรมธรรม์กำหนด
-
วันที่หมดอายุกรมธรรม์ (Expiration Date)
วันสุดท้ายที่ผลิตภัณฑ์หรือประกันภัยยังคงมีผลบังคับใช้หรือให้ความคุ้มครอง
-
ต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย (Renewal)
การต่ออายุกรมธรรม์เดิมที่มีอยู่อีกระยะเวลาหนึ่ง โดยปกติจะเป็นรายปี เพื่อรักษาความคุ้มครองประกันภัยของกรมธรรม์
-
การยกเลิกกรมธรรม์ (Cancellation)
การยุติความคุ้มครองประกันภัยก่อนวันหมดอายุกรมธรรม์ที่กำหนด
-
การสิ้นสุดการประกันภัย (Lapse)
การยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยเนื่องจากผิดนัดชำระเบี้ยประกัน ส่งผลให้สูญเสียความคุ้มครองและผลประโยชน์
-
ระยะผ่อนผัน (Grace Period)
ระยะเวลาเพิ่มเติมที่อนุญาตให้ชำระเบี้ยประกันหลังจากวันครบกำหนดโดยไม่ถูกยกเลิกกรมธรรม์
หมวดประกันรถยนต์
-
สัญญาระหว่างผู้ถือกรมธรรม์กับบริษัทประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองทางการเงินต่อการสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุ การโจรกรรม หรือความเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับรถคันเอาประกัน
-
ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (Compulsory Motor Insuarnce)
การประกันภัยที่เจ้าของรถแต่ละคันต้องจัดให้มีประกันภัยตามความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีแบบกรมธรรม์ที่ใช้ คือ พ.ร.บ.รถยนต์
-
ภาษีรถยนต์ (Car Tax)
ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของรถยนต์จะต้องชำระเป็นประจำทุกปี เป็นการชำระเงินเพื่อนำไปดูแลรักษาระบบคมนาคมและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
-
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance)
การเอาประกันภัยที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของเจ้าของรถยนต์ หรือผู้ขับขี่รถยนต์ เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวรถหรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
-
กลุ่มประกันภัยรถยนต์
การแบ่งกลุ่มประเภทรถยนต์ที่บริษัทประกันภัยใช้เพื่อกำหนดต้นทุนประกันภัยโดยอิงตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ประสิทธิภาพ ต้นทุนการซ่อมรถ ราคาชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ เบี้ยประกันรถยนต์ และคุณลักษณะด้านความปลอดภัย เช่น ประกันรถยนต์กลุ่ม 5 ประกอบด้วยรถเก๋งขนาดเล็กและรถอีโคคาร์ที่ราคาเข้าถึงง่าย เครื่องยนต์ขนาดเล็ก และชิ้นส่วนอะไหล่หาง่าย
-
ผู้ขับขี่หลัก (Main Driver)
บุคคลที่ใช้รถยนต์บ่อยที่สุดและเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการใช้งานรถยนต์ บุคคลนี้มักจะเป็นเจ้าของที่จดทะเบียนหรือบุคคลที่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
-
ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อ (Named Driver)
บุคคลที่ถูกระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัยและได้รับอนุญาตให้ขับรถคันเอาประกัน โดยจะได้รับความคุ้มครองในระดับเดียวกับผู้ขับขี่หลัก ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อมักจะถูกเพิ่มในกรมธรรม์เพื่อให้รถคันเอาประกันสามารถใช้งานได้หลายคน
-
ส่วนลดประวัติดี (NCB: No Claims Bonus)
ส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ในแต่ละปีที่คุณไม่ได้มีการเคลมประกันเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ส่วนลดนี้จะสะสมไปเรื่อย ๆ โดยเป็นการตอบแทนผู้ขับขี่ที่ปลอดภัยและไม่มีประวัติการเคลมโดยลดต้นทุนของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้คุณ
-
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance)
บริการที่ช่วยเหลือคุณหากรถของคุณเสียหาย รวมถึงบริการรถยก เปลี่ยนยางรถยนต์ และการจั๊มสตาร์ท
-
ค่าบริการ (Surcharge)
ค่าธรรมเนียมพิเศษที่เพิ่มจากต้นทุนของกรมธรรม์หรือบริการประกันภัย โดยมักเกิดจากค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือบริการพิเศษที่ให้
-
การประเมินสภาพรถยนต์เพื่อพิจารณาการรับประกันภัยและระบุความเสียหายที่มีอยู่ก่อนรับประกันภัย
-
มูลค่าที่แท้จริง (Actual Cash Value)
มูลค่าของรถยนต์เมื่อเกิดความเสียหาย หักค่าเสื่อมราคา
-
ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)
มูลค่าของรถยนต์ที่ลดลงตามเวลาเนื่องจากอายุการใช้งาน การสึกหรอ และปัจจัยอื่น ๆ
-
กล้องติดรถยนต์
กล้องวิดีโอที่ติดไว้ที่หน้าหรือหลังรถยนต์ ใช้บันทึกภาพและเสียงต่อเนื่องกัน สามารถใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุและช่วยป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจช่วยลดเบี้ยประกันรถยนต์ได้
-
การดัดแปลงสภาพรถ
การปรับแต่งรถยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะหรือรูปลักษณ์ตามความชอบของเจ้าของรถ
-
ความคุ้มครองการชน (Collision Coverage)
ประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายต่อรถคันเอาประกันที่เกิดจากการชนกับยานพาหนะหรือวัตถุอื่น
-
ค่าซ่อม (Repair Cost)
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซ่อมแซมความเสียหายของยานพาหนะหรือทรัพย์สิน ซึ่งอาจรวมถึงค่าอะไหล่รถยนต์ ค่าแรง และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
-
ค่าเสียหายส่วนแรกตามข้อกำหนด/คปภ. (Deductible)
จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบชำระเองสำหรับความเสียหายต่อตัวรถที่เกิดจากการชนแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขประกันภัย
-
ค่าเสียหายส่วนแรกตามกรมธรรม์ (Excess)
จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันจะต้องชำระเองก่อนที่บริษัทประกันภัยจะชำระค่าใช้จ่ายในส่วนที่เหลือของการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
-
ฝ่ายผิด
ผู้ที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อสถานการณ์หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
-
การเคลมประกันภัย หรือ งานสินไหมทดแทน (Claims)
คำร้องขอที่ผู้เอาประกันภัยยื่นต่อบริษัทประกันภัยเพื่อขอรับเงินชดเชยหรือผลประโยชน์ตามกรมธรรม์
-
การแจ้งเหตุการสูญเสียครั้งแรก (FNOL: First Notice of Loss)
รายงานเบื้องต้นที่คุณแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบครั้งแรกถึงการสูญเสีย การโจรกรรม หรือความเสียหายของสิ่งที่ทำประกัน เช่น รถคันเอาประกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหม ช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถตอบสนองและประเมินความเสียหายได้
-
เจ้าหน้าที่พิจารณาสินไหม (Claim Examiner)
ผู้เชี่ยวชาญที่ประเมินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยเพื่อยืนยันความถูกต้องและครบถ้วน โดยจะตรวจสอบรายละเอียด ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหากจำเป็น และตัดสินใจเกี่ยวกับจำนวนเงินความคุ้มครองที่ต้องชำระ
-
การชดใช้ค่าสินไหม (Claim Settlement)
กระบวนการในการชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย
-
ผู้ที่เรียกร้องสิทธิ (Claimant)
บุคคลที่ยื่นคำร้องภายใต้กรมธรรม์ประกันภัย
-
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Property Damage)
ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อ การกระทำโดยเจตนา หรือเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงความเสียหายต่ออสังริมทรัพย์ (เช่น บ้านหรือที่ดิน) หรือทรัพย์สินส่วนบุคคล (เช่น รถยนต์หรือจักรยาน)
-
บุคคลภายนอก (Third Party)
บุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในสัญญาประกันภัยแต่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้เอาประกัน
-
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party Liability)
ประกันภัยที่คุ้มครองคุณจากการเรียกร้องค่าเสียหายหรือการบาดเจ็บที่เกิดจากคุณต่อบุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น
-
ความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก (Third Party Bodily Injury: TPBI)
ความรับผิดต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของผู้โดยสารในรถคันเอาประกันและบุคคลภายนอก โดยเป็นจำนวนเงินจำกัดความรับผิดส่วนเกินจากความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
-
ความคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (Third Party Property Damage: TPPD)
ความรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
-
ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ (Own Damage: OD)
ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถคันเอาประกัน รวมถึงอุปกรณ์และส่วนควบ ที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ความเสียหายจากอุบัติเหตุรถชน
-
การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ร.ย.01)
ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร ทุพพลภาพชั่วคราวของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งกำลังขับขี่ กำลังขึ้น กำลังลง หรืออยู่ในรถคันเอาประกันที่เกิดอุบัติเหตุ
-
ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล (ร.ย.02)
ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งกำลังขับขี่ กำลังขึ้น กำลังลง หรืออยู่ในรถคันเอาประกันที่เกิดอุบัติเหตุ
-
ความคุ้มครองการประกันตัว (ร.ย.03)
ให้ความคุ้มครองเงินค่าประกันตัวผู้เอาประกันภัยหรือบุคคลใดซึ่งขับขี่รถคันเอาประกัน กรณีเกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ถูกควบคุมตัวในคดีอาญา
-
ความคุ้มครองแบบครอบคลุม (Comprehensive Coverage)
ในความหมายของประกันภัยรถยนต์คือ ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้ง 3 หมวดหลักคือ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อตัวรถ และการบาดเจ็บทางร่างกาย
-
การเกิดมหันตภัย (Catastrophe)
เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายขนาดใหญ่ เช่น ภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุครั้งใหญ่