5 เทคนิคคำนวณรายได้ ซื้อรถใหม่ป้ายแดง ต้องพิจารณาอะไรบ้าง

แชร์ต่อ
มิสเตอร์คุ้มค่า

       “รถยนต์” ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต หากคุณต้องการซื้อรถยนต์ จำเป็นจะต้อง คำนวณรายได้ซื้อรถให้ดีก่อน เพราะในปัจจุบันมีรถยนต์ให้เลือกหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ซึ่งมีมูลค่าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นในวันนี้ MrKumka จึงได้ทำการรวบรวม 5 เทคนิค ที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ มาให้คุณทำความเข้าใจเพิ่มเติม ซึ่งจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามพร้อม ๆ กันได้เลย

 

5 ข้อควรพิจารณาที่จำเป็นต้องคำนวณรายได้ซื้อรถ

 

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่สวยงามแล้ว คุณรู้ไหมว่าการซื้อรถยนต์ มีข้อควรพิจารณาอีกหลายข้อมาก ๆ และเราก็ได้รวบรวมมาให้คุณถึง 5 ข้อด้วยกัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

  • 1. สังเกตภาวะเศรษฐกิจ

    หากมองสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน นับเป็นปีที่ซบเซามาก ๆ นั่นก็เป็นเพราะพิษของการระบาดของโควิด 19 แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการเยียวยาให้กับบุคคลทั่วไป รวมถึงภาคธุรกิจแล้วก็ตาม แต่โดยภาพรวมแล้วก็ยังไม่มีอะไรบ่งบอกว่า สถานการณ์ในปีต่อ ๆ ไปจะดีขึ้นได้หรือไม่ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อรถก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

  •  

  • 2. รายรับประจำ

    สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการซื้อรถยนต์ แนะนำให้ดูสถานการณ์ของออฟฟิศ เพื่อเริ่มวางแผนการเงินให้ตัวเอง ดังนี้

    • บริษัทมีแผนปรับเงินเดือน หรือจ่ายโบนัสหรือไม่
    • ออฟฟิศมีผลประกอบการเป็นอย่างไร

     

    หากในปีนี้ไม่มีแนวโน้มว่าคุณจะได้รับเงินโบนัส ก็ควรจะเก็บเงินก้อนที่จะใช้รถเอาไว้ก่อน เผื่อถ้าหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น การเงินของคุณจะได้ไม่บีบรัดมากจนเกินไปนัก เพราะการซื้อรถสักหนึ่งคัน ไม่ได้จบเพียงแค่เงินดาวน์ หรือค่างวดที่ต้องส่งในแต่ละเดือนเท่านั้น

  •  

  • 3. ค่าใช้จ่ายหลังซื้อรถยนต์

    หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มองว่าการมีรถสักคัน แค่เตรียมเงินดาวน์และเงินผ่อนแต่ละเดือนให้เพียงพอก็จบแล้ว เป็นกรอบความคิดที่ผิดพลาดมาก ๆ เพราะการซื้อรถ = การก่อหนี้ในระยะยาว แถมยังมีค่าใช้จ่ายและค่าดูแลในส่วนต่าง ๆ อีกมากมาย ดังนี้

     

    • รายจ่ายค่าต่อทะเบียน ค่าภาษีรถยนต์ ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย “ทุกปี” โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 1,500-6,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของรถยนต์เป็นสำคัญ
    • รถยนต์ทุกคัน “จำเป็น” ต้องมี พ.ร.บ. ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกปีเช่นเดียวกัน นับเป็นการทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 600 บาท
    • ประกันรถยนต์ ถือเป็นการจ่ายเพื่อ “ถ่ายโอนความเสี่ยง” ให้กับบริษัทประกันภัยเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ในปัจจุบันก็มีประกันให้เลือกหลากหลายประเภท เริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 3 ซึ่งราคาจ่ายจะขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละบริษัท ยิ่งรถมีราคาแพงมากเท่าไหร่ ค่าเบี้ยประกันก็ยิ่งแพงมากเท่านั้น
    • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมัน เป็นต้น
  •  

  • 4. ดาวน์น้อย ผ่อนนาน

    สำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลาง ไม่ได้สูงมากมายอะไรนัก อาจจะถูกใจกับโปรโมชั่นที่บอกว่า “ดาวน์น้อย ผ่อนนาน” เนื่องจากคิดว่า “น่าจะ” ผ่อนไหว และสามารถผ่อนไปได้จนจบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณจะต้องสังเกตเงื่อนไขที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นให้ดี เพราะในบางครั้งอาจจะกำลังเผชิญหน้ากับดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดสัญญา หากนำมาคำนวณอย่างถี่ถ้วนก็จะพบว่าดอกเบี้ยดังกล่าวแพงมากกว่าปกติ

     

    ยกตัวอย่าง : ซื้อรถราคา 650,000 บาท ดาวน์ 150,000 บาท กู้เพิ่ม 500,000 บาท หากสถาบันการเงินหรือธนาคารมีเงื่อนไขในการคิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี หมายความว่าในแต่ละเดือนค่างวดของคุณจะอยู่ที่ 10,000 บาท ซึ่งคุณจะเสียดอกเบี้ยเปล่า ๆ ให้กับสถาบันการเงินหรือธนาคารเป็นเงินทั้งสิ้น 100,000 บาท

     

    แต่ถ้าหากคุณต้องการผ่อนน้อยลง โดยทำการเพิ่มจำนวนงวดผ่อนมากขึ้น เช่น ยืดออกไปจาก 5 ปี เป็น 7 ปี โดยที่ดอกเบี้ยยังปีละ 4% เท่าเดิม ก็จะพบว่าจำนวนค่างวดที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือนถูกลงจริง แต่คุณก็จะเสียดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น โดยอยู่ที่ 140,000 บาทกันเลยทีเดียว

  •  

  • 5. เลือกรถให้เหมาะกับการใช้งาน

    หากคุณเป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป หรือใช้งานในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ การเลือกซื้อรถยนต์ประเภทซับคอมแพ็คหรือคอมแพ็คคาร์ ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว แต่ถ้าหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจประเภท SME ที่จำเป็นจะต้องบรรทุกสินค้าอยู่เสมอ การเลือกซื้อรถกระบะหรือรถอเนกประสงค์ ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้มากกว่า

     

 

 5 ข้อควรพิจารณาที่จำเป็นต้องคำนวณรายได้ซื้อรถ

 

และทั้งหมดนี้คือ 5 ข้อที่คุณควรพิจารณาให้ดี ก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ป้ายแดงหรือซื้อรถยนต์มือสองก็ตาม เพราะไม่ว่าจะเป็นรถป้ายสีอะไร ก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาด้วยเช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมคำนวณเงินในกระเป๋าให้ดี ว่าเพียงพอต่อรายจ่ายที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่ และเมื่อซื้อรถมาแล้วจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ดีมากน้อยอย่างไร

 

เห็นแล้วใช่ไหมล่ะว่าการมีรถยนต์เป็นของตัวเองสักคัน ไม่ใช่แค่เพียงเลือกตามรูปลักษณ์ที่ชอบ หรือแค่เตรียมเงินดาวน์และค่างวดในแต่ละเดือนให้พร้อมเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินก้อนโตหรือขอสินเชื่อซื้อรถยนต์ เพราะรถยนต์มักมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แฝงตามมาด้วย โดยเฉพาะ “ประกันรถยนต์” ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้คุณตลอดการเดินทาง แต่ถ้าหากยังเลือกไม่ได้ว่าจะซื้อจากที่ไหน กลัวว่าจะราคาแพง MrKumka พร้อมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณแล้ววันนี้ คลิกเลย !

 

เปรียบเทียบราคา หรือ ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ

บทความที่น่าสนใจ

เพราะเรารู้ว่าคุณรู้สึกสับสนและมึนหัวเพียงใด ในตอนที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่