ยื่นเคลมแล้วโดนปฏิเสธ รู้ทันสาเหตุที่ประกันไม่จ่าย
โดย ชลิต บวรเนาวรักษ์ | วันที่ 15 ส.ค. 2025
เวลาอ่าน 8 นาที | ผู้เข้าชม 30 ครั้ง
เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับรถยนต์ สิ่งที่เจ้าของรถหลายคนคาดหวัง คือ “ความช่วยเหลือจากประกันรถยนต์” แต่ในความเป็นจริงบางกรณีอาจต้องเจอสถานการณ์ประกันไม่รับเคลม, ประกันไม่อนุมัติซ่อม หรือประกันรถยนต์ไม่จ่ายค่าสินไหม จนเกิดความสับสนตามมาว่าสาเหตุที่ประกันไม่จ่ายคืออะไร? มิสเตอร์ คุ้มค่า จะพาไปค้นหาคำตอบ พร้อมให้เกร็ดความรู้ ประกันภัยรถยนต์แบบครบถ้วน ถ้าพร้อมแล้วตามไปทำความเข้าใจกันเลย
สาเหตุที่ประกันไม่จ่าย มีอะไรบ้าง?
หากคุณกำลังสงสัยว่าทำไมประกันถึงไม่อนุมัติซ่อม ไม่เคลมให้ หรือใด ๆ ก็ตาม ที่ทำให้ผู้เอาประกันจำต้องควักจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดเองเพียงลำพัง มิสเตอร์ คุ้มค่า ลิสต์สาเหตุที่ประกันไม่จ่าย หรือไม่อนุมัติซ่อมมาให้แล้ว ไปดูกันเลย
- อุบัติเหตุอยู่นอกขอบเขตความคุ้มครอง: เช่น ทำผิดกฎหมาย หรือเกิดจากการใช้รถในลักษณะที่ไม่ใช่การใช้งานปกติ (ใช้รถเพื่อแข่ง, ขนของเกินกำหนด เป็นต้น)
- ไม่มีคู่กรณี และไม่มีหลักฐาน: ถ้าเป็นการแจ้งเคลมแบบไม่มีคู่กรณี ไม่มีหลักฐาน หรือภาพถ่าย ประกันอาจไม่รับเคลม โดยเฉพาะในประกันชั้น 2 หรือ 3
- ไม่มีใบขับขี่ขณะเกิดเหตุ: ถ้าคนขับไม่มีใบขับขี่ รวมถึงใบขับขี่หมดอายุ บริษัทประกันมีสิทธิ์ไม่จ่ายค่าสินไหม
- แจ้งเคลมประกันรถยนต์ช้าเกินไป: บางบริษัทกำหนดว่าต้องแจ้งเคลมภายใน 24 ชั่วโมง หากเลยเวลาประกันจะถือว่าผิดเงื่อนไข และปฏิเสธการเคลมได้
- รถไม่มีประกัน หรือกรมธรรม์หมดอายุ: หากวันเกิดเหตุประกันหมดอายุแล้ว และยังไม่ได้ต่อความคุ้มครอง กรณีนี้เคลมไม่ได้แน่นอน
- เคลมซ้ำซ้อน หรือเคลมหลอก: หากบริษัทตรวจสอบพบว่าเป็นการเคลมที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือมีการแจ้งเหตุหลายครั้งแบบผิดปกติ อาจถูกปฏิเสธเคลมทันที
- ผู้เอาประกันผิดเงื่อนไข: เช่น นำรถไปเปลี่ยนแปลงสภาพ เปลี่ยนเครื่องยนต์ หรือนำไปติดแก๊สโดยไม่แจ้งบริษัท (ไม่มีข้อมูลการเปลี่ยนแปลงระบุในกรมธรรม์)
ทั้งนี้ แต่ละบริษัทมีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ก่อนตัดสินใจซื้อประกันนอกจากจะเปรียบเทียบประกันรถยนต์อย่างถี่ถ้วนแล้ว ยังควรสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ โดยเฉพาะเงื่อนไขและข้อยกเว้นให้ดีก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม และตอบโจทย์มากที่สุด
โดยทั่วไปแล้วรอประกันอนุมัติซ่อมกี่วัน?
หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับการเคลมประกันรถยนต์ คือ รอประกันอนุมัติซ่อมกี่วัน? ซึ่งระยะเวลาโดยเฉลี่ยในการรออนุมัติซ่อม คือ 1-3 วันทำการ สำหรับการแจ้งเคลมที่มีเอกสารครบถ้วน และ 3-7 วันขึ้นไป กรณีที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น มีคู่กรณี, ต้องดูใบเสนอราคาจากอู่ซ่อม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมี “ปัจจัย” ที่ทำให้การอนุมัติล่าช้าอีกมากมาย มิสเตอร์ คุ้มค่า รวบรวมมาให้แล้ว
- รอใบเสนอราคาจากอู่ซ่อม
- เอกสารแนบไม่ครบ
- ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสภาพรถ
- ต้องรอรายงานจากตำรวจ (กรณีมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต)
พร้อมที่จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์หรือยัง?
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ
ถ้าประกันรถยนต์ไม่จ่ายค่าสินไหม ทำยังไงดี?
หากคุณพบเจอกับเหตุการณ์ประกันรถยนต์ไม่จ่ายค่าสินไหม ประกันไม่รับเคลม หรือประกันไม่อนุมัติซ่อม ไม่ต้องตกใจ เพราะ มิสเตอร์ คุ้มค่า รวบรวมขั้นตอนและแนวทางที่สามารถดำเนินการได้มาให้แล้ว โดยขั้นตอนขอความเป็นธรรม หรืออุทธรณ์การตัดสินใจของบริษัทประกัน มีดังนี้
-
1. ขอเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
ขอให้บริษัทประกันระบุเหตุผลอย่างชัดเจน ว่าทำไมถึงปฏิเสธการจ่ายเงิน เช่น ไม่มีอยู่ในความคุ้มครอง ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่มีใบขับขี่ ขับรถขณะมึนเมา เป็นต้น เนื่องจากเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรสำคัญมาก ๆ ในการยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานอื่น
-
2. ตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์
ทั้งนี้ คุณควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ดี อ่านรายละเอียดให้ครบถ้วน พร้อมกับดูว่าข้อกำหนดและเงื่อนไข รวมถึงข้อยกเว้นใดที่อาจทำให้บริษัทมีสิทธิ์ไม่จ่าย เพราะบางครั้งผู้เอาประกันอาจเข้าใจผิดว่าคุ้มครอง แต่จริง ๆ แล้วเงื่อนไขอาจไม่ครอบคลุม
-
3. เจรจากับบริษัทประกันอีกครั้ง
ด้วยการโทรสอบถาม Call Center รวมถึงส่งอีเมลแนบเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมกับขอให้บริษัท “ทบทวน” หรือ “พิจารณาใหม่” หากการสื่อสารเป็นไปอย่างชัดเจนและสุภาพ มีโอกาสที่บริษัทอาจเปลี่ยนการตัดสินใจได้
-
4. ร้องเรียนต่อสำนักงาน คปภ.
กรณีที่คุณมั่นใจว่าโดนบริษัทประกันปฏิเสธอย่างไม่เป็นธรรม สิ่งที่สามารถทำได้ คือ ยื่นเรื่องร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดย คปภ. จะทำหน้าที่เป็น ‘คนกลาง’ เพื่อไกล่เกลี่ย หรือพิจารณาคดีข้อพิพาทระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัท
-
5. รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด
ในท้ายที่สุดแล้วหากต้องเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนหรือฟ้องร้อง คุณควรมีหลักฐานครบ ดังนี้
- รูปถ่ายเหตุการณ์
- กล้องหน้ารถ
- ใบแจ้งความ
- กรมธรรม์ประกันภัย
- เอกสารการปฏิเสธจากบริษัทประกัน
ไม่ว่าคุณจะรู้สึกไม่พอใจแค่ไหน อย่าต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือใช้อารมณ์กับเจ้าหน้าที่ประกันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้การเจรจายากขึ้น แนะนำให้พูดคุยด้วยเหตุผล พร้อมแนบหลักฐานที่มี แบบนี้จะช่วยให้คุณได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมมากขึ้น
ป้องกันเหตุการณ์เคลมไม่ผ่านยังไงได้บ้าง?
การป้องกันการเคลมไม่ผ่านถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพราะการเคลมไม่สำเร็จอาจหมายถึง “ค่าเสียหายจำนวนมากที่คุณต้องรับผิดชอบเอง” ซึ่งหลายกรณีมักเกิดจากความเข้าใจผิด หรือการละเลยเงื่อนไขประกันภัย มิสเตอร์ คุ้มค่า จึงได้รวบรวมเกร็ดความรู้ ประกันภัยรถยนต์มาให้ทำความเข้าใจ ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูวิธีป้องกันไม่ให้การเคลมประกันรถยนต์ถูกปัดตกกันเลย
-
1. อ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ละเอียด
อันดับแรกคุณจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าประกันชั้นไหนคุ้มครองอะไร รวมถึงเข้าใจข้อยกเว้นความคุ้มครองเป็นอย่างดี เช่น ประกันรถยนต์ ชั้น 2+ ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี ที่สำคัญควรตรวจสอบด้วยว่ากรมธรรม์ของคุณหมดอายุเมื่อไหร่
-
2. แจ้งเคลมให้เร็วที่สุด
ปกติแล้วต้องแจ้งเคลมประกันรถยนต์ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเกิดเหตุ หากแจ้งช้าเกินไปมีสิทธิถูกบริษัทประกันปฏิเสธ (ประกันไม่รับเคลม) ได้ ถ้ามีแอปพลิเคชันของบริษัท ให้แจ้งผ่านช่องทางดังกล่าวได้เลย นอกจากจะสะดวกแล้วยังมีหลักฐานในการแจ้งเคลม (เวลาในการแจ้ง) อีกด้วย
-
3. อย่าละเลยการพกใบขับขี่
ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าไม่มีใบขับขี่ เคลมประกันได้ไหม บอกเลยว่ามีโอกาสที่ประกันรถยนต์ไม่จ่ายค่าสินไหม ดังนั้นไม่ว่าคุณจะขับรถเองหรือให้คนอื่นขับก็ตาม ควรตรวจสอบเสมอว่า “คนขับ” มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง
-
4. เก็บหลักฐานให้ครบ
ถ่ายรูปจุดเกิดเหตุ ป้ายทะเบียน ความเสียหายให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้กล้องหน้ารถก็นับเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยม สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานได้ และถ้าเป็นอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี แนะนำให้เก็บข้อมูลมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขประกัน และเลขทะเบียนรถ
-
5. อย่าดัดแปลงรถโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน
หากคุณชื่นชอบการแต่งรถ แม้จะไม่มากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น เปลี่ยนเครื่อง ติดแก๊ส เปลี่ยนสี เปลี่ยนล้อแม็ก ฯลฯ ควรแจ้งเปลี่ยนสีรถ หรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ กับบริษัทประกันทุกครั้ง เพื่อให้บริษัทบันทึกไว้ในกรมธรรม์ หากละเลย (ไม่แจ้ง) ประกันอาจปฏิเสธการเคลมในกรณีที่เกี่ยวข้องได้
หลายคนอาจมองว่าการเคลมประกันรถยนต์เป็นเรื่องง่าย แต่ในความเป็นจริงหากไม่เข้าใจเงื่อนไขในกรมธรรม์ หรือขาดความระมัดระวัง อาจทำให้ประกันรถยนต์ไม่จ่ายค่าสินไหม หรือประกันไม่อนุมัติซ่อมได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันสาเหตุที่ประกันไม่จ่าย แจ้งเหตุให้ทันเวลา และขับรถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คือ “กุญแจสำคัญ” ในการป้องกันการเคลมไม่ผ่านได้ดีมาก ๆ เลยล่ะ แถมยังช่วยลดความเสียหายทางการเงิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อีกด้วย
คำจำกัดความ
| ขอความเป็นธรรม | การร้องขอให้ได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรม หรือได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมในสถานการณ์หรือประเด็นที่เกิดขึ้น |
| อุทธรณ์ | ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยของพนักงานเจ้าหน้าที่, ยื่นฟ้อง หรือยื่นคำร้องต่อศาลสูงคัดค้านคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลชั้นต้น |
| ความเสียหายทางการเงิน | การสูญเสียเงินหรือทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคคลหรือองค์กร |
บทความที่น่าสนใจ
เพราะเรารู้ว่าคุณรู้สึกสับสนและมึนหัวเพียงใด ในตอนที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่