ฝุ่น PM 2.5 เข้ามาในรถอันตรายไหม มีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง ?
โดย ณัฐพงษ์ เพิ่มพูนสิริ | วันที่ 15 ต.ค. 2024
เวลาอ่าน 9 นาที | ผู้เข้าชม 10 ครั้ง
น่ากลัวแค่ไหนหากอากาศที่คุณหายใจเข้าไป รู้ดีว่า “ไม่สะอาด” เลี่ยงยากเพราะประเทศไทยเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศอย่างหนักหน่วงมาเป็นเวลานาน ทั้งปัญหาหมอกควัน มาจนถึงฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัย แม้กระทั่ง “ในรถยนต์” ที่มีกรองอากาศ ยังต้องใช้เครื่องฟอกอากาศเข้าช่วย คำถามก็คือ หากต้องสูดดมฝุ่นไปเรื่อย ๆ จะอันตรายไหม หรือจะมีวิธีไหนที่ป้องกันได้บ้างภัยเงียบนี้ได้ในรถคุณบ้าง มิสเตอร์ คุ้มค่า จะมาเล่าให้ฟัง
ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ?
Particulate matter with diameter of less than 2.5 micron หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถือเป็น 1 ใน 8 ตัววัดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ คนไทยรู้จักฝุ่นตัวนี้มาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2562 เนื่องจากเป็นช่วงที่ระบาดอย่างหนัก ท้องฟ้าเกือบทั่วทั้งเมืองไทยหม่นหมอง ไม่สดใส
ทว่าในความเป็นจริง ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น หรือเกินค่ามาตรฐานเป็นครั้งแรก แต่มันมีอยู่และจางหายเป็นวัฏจักรมานานหลายปีแล้ว ซึ่งต้นเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดฝุ่นชนิดนี้ มีอยู่ 3 ต้นเหตุ ดังนี้
-
1. โรงงานอุตสาหกรรม และโรงงานไฟฟ้า
อากาศพิษจากปล่องโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานไฟฟ้าในประเทศไทย เป็นการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล หรือเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ “ถ่านหิน” ตลอดจนการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง
-
2. ไอเสียจากรถยนต์
จากข้อมูลโดยกรมควบคุมมลพิษ การเผาไหม้น้ำมันดีเซลบวกกับการจราจรที่ติดขัด เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด เนื่องจากกระบวนการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลทำให้เกิดเขม่า และควันดำ ซึ่งนอกจากจะมีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งแล้ว ยังทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ด้วย
-
3. การเผาในที่โล่งและไม่โล่ง
หลายคนคงเคยได้ยินแต่ประโยคที่ว่า “การเผาขยะถือเป็นการทำให้โลกร้อนขึ้น” เนื่องจากควัน = ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งก็คือก๊าซเรือนกระจกที่เป็นตัวการสำคัญ ที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน แต่มันยังทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ด้วย นอกจากนี้ยังรวมถึงการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ของภาพเกษตร เพื่อการเตรียมการเพาะปลูก และการเผาป่าด้วยเช่นกัน
ค่า AQI ที่มาพร้อมกับฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ?
เมื่อพูดถึงเรื่องฝุ่น PM 2.5 ก็มักเห็นคำว่า AQI พ่วงมากด้วยทุกครั้ง ซึ่งคำคำนี้ย่อมาจาก Air Quality Index หรือดัชนีคุณภาพอากาศ ประเทศไทยได้มีการนำดัชนีดังกล่าว มาใช้รายงานสภาพอากาศสักระยะแล้วพร้อม ๆ กับการมาของฝุ่นจิ๋ว นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2561 เป็นต้นมา ประเทศไทยก็มีการเพิ่มฝุ่น PM 2.5 เข้าไปในการคำนวณ AQI ด้วย
ในปี พ.ศ.2562 กรมควบคุมมลพิษ ได้อธิบายว่า ดัชนีคุณภาพอากาศ 1 ค่า ใช้แทนค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ได้แก่
- ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)
- ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10)
- โอโซน (O3)
- คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)
- ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
- ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)
โดย “เกณฑ์” ของดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย มีดังนี้
| AQI | คุณภาพ | สีที่ใช้ | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| 0-25 | ดีมาก | สีฟ้า | สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้ง และเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ |
| 26-50 | ดี | สีเขียว | สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้ง และเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ |
| 51-100 | ปานกลาง | สีเหลือง |
ประชาชนทั่วไป – สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ประชาชนทั่วไป – สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ – หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง |
| 101-200 | เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ | สีส้ม |
ประชาชนทั่วไป – ควรเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเองร่วมด้วย ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ – ควรลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเองร่วมด้วย หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ |
| 201 ขึ้นไป | มีผลกระทบต่อสุขภาพ | สีแดง | ทุกคน – ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเองร่วมด้วย หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ |
พร้อมที่จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์หรือยัง?
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ
อันตรายอะไรบ้างที่มาพร้อมกับ ฝุ่น PM 2.5 ?
แม้ว่าฝุ่น PM 2.5 จะไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายแบบเฉียบพลัน แต่มันกลับก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้มากมาย ดังนี้
-
1. อันตรายต่อทางเดินหายใจและปอด
ด้วยความที่ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กมาก ๆ สามารถผ่านเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดกำเริบ หรืออาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนปกติเป็นหอบหืดได้เช่นกัน หากปล่อยให้สะสมในปอดหรือระบบทางเดินหายใจเป็นเวลานาน อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้เช่นกัน
-
2. อันตรายต่อสมอง
แม้จะเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก แต่ถ้าหากผ่านเข้าสู่กระแสเลือดและเกิดการสะสมขึ้นมา จะทำให้ความดันโลหิตสูง และเลือดมีความหนืด เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดลิ่มเลือดในสมอง รวมถึงหลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ทำให้เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก กลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต และเสียชีวิตในที่สุด
-
3. อันตรายต่อหัวใจ
การสูดหายใจเอาฝุ่นพิษเข้าไปในร่างกายติดต่อกัน ส่งผลให้เกิดตะกอนภายในหลอดเลือด จนทำให้หัวใจวาย หรือหลอดลมสมองตีบได้ นอกจากนี้การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศยังส่งผลต่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวายเฉียบพลันได้
นอกจากจะให้ความสำคัญกับอันตรายที่มาพร้อมกับฝุ่น PM 2.5 แล้ว อันตรายที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน จะดีแค่ไหนหากคุณมีประกันภัยรถยนต์ ช่วยดูแลเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น หากอยากมีตัวช่วยดี ๆ นอกจากประกันภัยด้านสุขภาพ เข้ามาเช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์กับ มิสเตอร์ คุ้มค่า ก่อนใคร เรายินดีนำเสนอประกันรถยนต์ราคาสบายกระเป๋าให้คุณเลือกตลอด 24 ชั่วโมง
จะป้องกันฝุ่น PM 2.5 ภายในรถได้ยังไงบ้าง ?
หลังจากได้รู้ความน่ากลัวและอันตรายที่มาพร้อมกับฝุ่นตัวร้ายแล้ว หลายคนคงเกิดความกังวลไม่น้อย มิสเตอร์ คุ้มค่า ได้รวบรวม “วิธีป้องกันฝุ่นเข้ารถ” มาให้ เพื่อมั่นใจว่าการหายใจในรถของคุณจะไม่ทำให้เสี่ยงสูดฝุ่นจิ๋วเข้าไปเป็นอันตราย มีอะไรบ้างไปดูกัน
-
1. ปิดหน้าต่างให้สนิท
วิธีป้องกันฝุ่นเข้ารถที่ง่ายที่สุด คือ การเปิดหน้าต่างรถยนต์ให้สนิท และปรับช่องระบายอากาศให้เป็นแบบ “อากาศหมุนเวียนภายในรถ” เพื่อไม่ให้ฝุ่น PM 2.5 จากภายนอกเข้ามาเพิ่มมากขึ้น
-
2. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในรถ
หากต้องการ “ตัวช่วย” ในการป้องกัน การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ แนะนำให้เลือกเครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรอง HEPA ที่มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่นขนาดเล็ก และบางรุ่นก็ยังช่วยกำจัดเชื้อไวรัส และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย
-
3. เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศเป็นแบบ HEPA
HEPA ย่อมาจากคำว่า High-efficiency particulate air เป็นวัสดุที่มีการจับฝุ่นที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ และสามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้มากถึง 90%
-
4. หมั่นตรวจสภาพการเผาไหม้ของรถ
อีกหนึ่งวิธีป้องกันและแก้ปัญหาได้ดี คือ การนำรถไปตรวจเช็คที่สถานตรวจสภาพเอกชน (ตรอ.) เพื่อลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอากาศ
รู้หรือไม่ พฤติกรรมการใช้รถช่วยลด ฝุ่น PM 2.5 ได้ ?
หลังจากทำความเข้าใจวิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5 แล้ว รู้ไหมว่า “พฤติกรรมการใช้รถ” ก็ช่วยลดฝุ่นจิ๋วตัวร้ายได้เช่นกัน แต่จะต้องทำยังไงบ้าง ตามไปดูกันเลย
-
1. ดับเครื่องขณะจอด
หากต้องจอดรถอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน การดับเครื่องถือเป็นการกระทำที่ดีที่สุด เพราะการจอดรถแบบไม่ดับเครื่อง จะทำให้เกิดไอเสียและควันดำ ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 นอกจากนี้ยังทำให้โลกร้อนอีกด้วย
-
2. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดเวลา
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมไปทำความสะอาดหม้อกรองอากาศ หรือเปลี่ยนหม้อกรองใหม่ นอกจากจะเป็นการการบำรุงรักษารถยนต์ที่ควรทำแล้ว ยังช่วยให้รถยนต์ของคุณกำจัดคราบเขม่าที่ตกค้างภายในได้ดี เนื่องจากคราบเขม่าต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดควันดำ ที่เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการเกิดฝุ่นจิ๋วพิษนั่นเอง
-
3. หมั่นตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์
ควรตรวจเช็กความพร้อมของรถยนต์ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ ไม่ว่าจะเป็นระบบกรองอากาศ ระบบแอร์ ไส้กรองอากาศ เปลี่ยนน้ำมันเก่า ตรวจเช็กหัวฉีดจ่ายน้ำมัน และปรับตั้งหัวฉีดให้เหมาะสม เพื่อการจ่ายเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสสร้างมลพิษทางอากาศ
-
4. ลดการใช้รถยนต์
การลดการใช้รถยนต์ และเลือกใช้งานเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เช่น หันไปใช้ขนส่งสาธารณะ หรือใช้วิธีไปทางเดียวกันไปด้วยกัน ก็จะช่วยลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 ให้น้อยลงได้เช่นกัน
นอกจากนี้การดูแลรถอย่างถูกต้อง หมั่นใช้ที่ดูดฝุ่นในรถทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร และล้างรถอยู่เสมอ ก็จะช่วยลดการเกาะของคราบฝุ่น และลดการสะสมของเชื้อโรคได้ดีมาก ๆ เช่นกัน แนะนำให้ใช้วิธีล้างรถที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันร่องรอยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา หรือจะใช้บริการล้างรถอัตโนมัติ หรือล้างรถ 24 ชม ก็ช่วยทุ่นแรงไปอีกแบบ
เห็นแล้วใช่ไหมว่า ? ฝุ่น PM 2.5 แม้จะเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่กลับมี “พิษ” ร้ายแรง คร่าชีวิตคนเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้นนอกจากจะใส่หน้ากากอนามัยเวลาไปข้างนอกแล้ว อย่าลืมป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้ามาในรถ หมั่นใช้เครื่องดูดฝุ่นในรถ และล้างรถอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่งแล้วล่ะ
คำจำกัดความ
| หม่นหมอง | หมองหม่น, ไม่สบายใจ, ไม่สดชื่น, ไม่เบิกบาน, ไม่แจ่มใส |
| เฉียบพลัน | อาการของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรง |
| ความหนืด | ความต้านทานการไหลในตัวของเหลว ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปจากการกระทำของ ความเค้นเฉือน หรือความเค้นภายนอก |
| กำเริบ | เพิ่มขึ้น, รุนแรงขึ้น |
บทความที่น่าสนใจ
เพราะเรารู้ว่าคุณรู้สึกสับสนและมึนหัวเพียงใด ในตอนที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่