จะเป็นอย่างไร ถ้าคุณตรวจเจอโรคมะเร็ง แล้วไม่มีประกันมะเร็ง ?

แชร์ต่อ
มิสเตอร์คุ้มค่า

       จะเป็นอย่างไรกันนะ หากคุณ ตรวจเจอมะเร็ง ในวันที่ไม่มีความคุ้มครองใด ๆ จากประกันมะเร็ง คงจะเครียดมากเลยใช่ไหมล่ะ ? ไม่ว่าจะด้วยโรคร้ายที่คืบคลานเข้ามาพร้อมกับค่ารักษาพยาบาลที่ถาโถม และจะดีกว่ามั้ย ? หากคุณตัดสินใจทำประกันมะเร็งเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของโรคร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ หากคุณยังนึกภาพไม่ออก MrKumka จะยกตัวอย่างให้ได้เห็นภาพชัด ๆ กันเอง !

 

ตรวจเจอมะเร็ง ปัญหาใหญ่ที่มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง

 

       ต้องยอมรับว่าทั้งการตรวจมะเร็ง และรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน ถือว่ามีกระบวนการรักษาที่พัฒนาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก แต่คุณรู้ไหมว่าการรักษาตามกระบวนการต่าง ๆ “แพงเป็นล้าน” และในบางครั้งผู้ป่วยบางคนอาจจะต้องเข้ารับการรักษามากกว่า 1 วิธี เพื่อผลการรักษาที่ดีกว่า ซึ่งแต่ละกระบวนการรักษามีค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ดังนี้

 

รังสีรักษา (Radiotherapy)

หรือที่นิยมเรียกกันว่า “ฉายแสง” มีค่าใช้จ่ายสูงสุด 200,000 บาท แบ่งการฉายแสงออกเป็น 5 รูปแบบ ดังนี้

 

  • การฉายรังสีแบบ 2 มิติ
  • การฉายรังสีแบบ 3 มิติ
  • การฉายรังสีแบบปรับความเข้ม
  • การฉายรังสีแบบหมุนรอบตัว
  • การฉายรังสีแบบ Volumetric Intensity Modulated Arc Therapy

 

เคมีบำบัด (Chemotherapy)

หรือที่นิยมเรียกกันว่า “คีโม” มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000-100,000 บาท เป็นการรักษาแบบให้ยาเพื่อทำลาย หรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ซึ่งมีทั้งแบบรับประทานและฉีด ใช้เวลาแต่ละรอบทุก ๆ 2-4 สัปดาห์ ซึ่งประกอบไปด้วยยาหลายชนิดในวันเดียวหรือหลายวันติดต่อกัน หรือมะเร็งบางชนิดก็อาจจะใช้เวลาที่ค่อนข้างถี่ ประมาณสัปดาห์ละครั้ง

 

ยารักษามะเร็งแบบตรงจุด (Targeted cancer therapy)

มีความแตกต่างจากการทำคีโม ตรงที่ตัวยาจะเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งอย่างตรงจุด และให้ความแม่นยำที่มากกว่า ทำให้ตัวยามีราคาที่ คิดเป็น 50,000-300,000 บาทต่อเดือน ด้วยการรักษาที่อาจยืดเยื้อเป็นปี

 

เห็นแบบนี้แล้วคงพอมองภาพออกแล้วใช่ไหมล่ะ ? ว่า “ค่ารักษาแพงเป็นล้าน” ไม่ได้ไกลเกินจริงสักนิด และหากคุณต้องการตัวช่วยในการลดภาระตรงนี้ การซื้อประกันมะเร็งช่วยคุณได้มากเลยล่ะ !

 

ซื้อประกันมะเร็งแบบไหนให้คุ้ม

การเลือกประกันมะเร็งที่ตอบโจทย์จะช่วยให้คุณเบาใจได้เยอะมาก แต่จะต้องเลือกแบบไหนล่ะ ? MrKumka รวบรวมมาให้คุณแล้ว

 

  • 1. เจอ จ่าย จบ

    ประกันมะเร็งประเภทนี้จะช่วยให้คุณได้รับเงินก้อนโตทันทีเมื่อตรวจเจอมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นระยะแรก หรือระยะลุกลาม แต่จะเป็นการได้รับเงินก้อนเพียงแค่ครั้งเดียว เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการได้รับเงินก้อนไปจัดสรรค่ารักษาเอง

     

  • 2. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล

    ประกันมะเร็งประเภทนี้จะช่วยดูแลในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างครอบคลุม แถมยังรวมไปถึงการเพิ่มวงเงินการดูแลเมื่อเข้า ICU หรือค่าใช้จ่ายชดเชยรายได้ในกรณีที่แอดมิด เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการให้บริษัทประกันจัดสรรค่าใช้จ่ายให้

     

       และถ้าหากถามว่าควรเลือกซื้อแบบไหน ? การซื้อประกันมะเร็งทั้ง 2 ประเภท ถือว่าตอบโจทย์มากที่สุด เพราะนอกจากจะมีเงินค่ารักษาพยาบาลในระหว่างรักษาตัวแล้ว ยังมีเงินก้อนไว้สำหรับใช้จ่ายสำรองในกรณีที่ต้องหยุดงานเป็นเวลานานด้วย

 

โรคมะเร็ง

 

       โรคมะเร็งคือภัยเงียบที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดโรคร้ายได้ง่ายมาก การมีประกันมะเร็งเอาไว้นั้นไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แถมยังจะช่วยให้คุณรับมือได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วยในเรื่องค่าใช้จ่าย หากเริ่มเห็นความสำคัญของประกันมะเร็งแล้ว เลือกที่คุ้มกว่าต้องรู้รายละเอียดและเปรียบเทียบง่าย ๆ แนะนำเช็กราคาค่าเบี้ยประกันมะเร็งที่ MrKumka.com “ง่ายที่สุด” ตัวเลือกเยอะจากผู้ให้บริการชั้นนำที่น่าเชื่อถือ บอกครบทุกรายละเอียดสำคัญในความคุ้มครอง ที่สำคัญ ! ยังได้รับสิทธิพิเศษเหนือใคร ที่คุณจะได้เฉพาะเลือกซื้อประกันที่นี่อีกด้วย คลิกเลย !

 

เปรียบเทียบราคา หรือ ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ

บทความที่น่าสนใจ

เพราะเรารู้ว่าคุณรู้สึกสับสนและมึนหัวเพียงใด ในตอนที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่