การซื้อประกันรถยนต์ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน การเช็คประวัติเคลมรถจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะประวัติเคลมมีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์และส่วนลดประวัติดีที่ผู้ขับขี่อาจได้รับ มิสเตอร์ คุ้มค่า จะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับประวัติการเคลมรถ การเคลมประกัน และวิธีเช็คประวัติอย่างละเอียด
ทำไมการเช็คประวัติเคลมรถจึงสำคัญ?
เพราะการเช็คประวัติเคลมรถไม่ใช่แค่ขั้นตอนเสริม แต่เป็น “หัวใจสำคัญ” ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังมองหารถมือสอง ผู้ที่ต้องการขายรถ หรือแม้แต่เจ้าของรถที่กำลังจะต่อประกัน การมีข้อมูลประวัติการเคลมประกันรถยนต์อยู่ในมือ จะทำให้ได้เปรียบและมีความมั่นใจ ดังนี้
ผู้ที่กำลังจะซื้อรถมือสอง
- ประเมินสภาพรถที่แท้จริง: ประวัติการเคลมเปรียบเสมือนไดอารี่ของรถยนต์ ที่บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น ความเสียหายที่ได้รับ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้หลีกเลี่ยงการซื้อรถที่มีปัญหาใหญ่ซ่อนอยู่
- วางแผนการบำรุงรักษาล่วงหน้า: การเช็คประวัติเคลมประกันจะทำให้ทราบ ว่าชิ้นส่วนใดของรถเคยผ่านการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ ช่วยให้คุณวางแผนการดูแลและบำรุงรักษาชิ้นส่วนเหล่านั้นเป็นพิเศษ เพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดซ้ำ
- เครื่องมือในการต่อรองราคาอย่างมีเหตุผล: หากพบว่ารถคันดังกล่าวมีประวัติเคลมหลายครั้ง หรือเคยมีการเคลมความเสียหายหนัก สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นเหตุผลในการต่อรองราคา หรือปฏิเสธการซื้อได้ และตอบคำถามตัวเองว่าควรซื้อรถมือสองดีไหม
ผู้ที่ต้องการขายรถ
- กำหนดราคาขายได้อย่างยุติธรรม: ไม่ว่าจะตัดสินใจขายรถมือสองที่ไหนดี การเช็คประวัติเคลมรถอย่างละเอียด ช่วยให้ตั้งราคาขายได้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ไม่ตั้งราคาสูงหรือต่ำจนเกินไป
- สร้างความโปร่งใส น่าเชื่อถือ: การเปิดเผยประวัติการเคลม (หากมี) อย่างตรงไปตรงมาและครบถ้วน แสดงถึงความจริงใจ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ และอาจทำให้กระบวนการขายเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ผู้ที่ต้องการต่อประกันภัยรถยนต์
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่บริษัทประกันมี: ในบางครั้งอาจเกิดการบันทึกข้อมูลการเคลมที่คลาดเคลื่อน การเช็คประวัติเคลมรถจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลที่บริษัทประกันใช้ในการพิจารณานั้นถูกต้อง
- เข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเบี้ยในปีถัดไป: หากไม่เคยเคลมเลย หรือมีการเคลมเพียงเล็กน้อย และไม่ใช่ฝ่ายผิด เช่น รถโดนเฉี่ยว มีคู่กรณี มักจะส่งผลให้ได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีต่ออายุ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ในทางตรงกันข้ามหากมีการเคลมบ่อย อาจทำให้เบี้ยสูงขึ้น หรือบางกรณีบางบริษัทอาจเพิ่มเงื่อนไขพิเศษ หรือปฏิเสธการต่ออายุกรมธรรม์
จะเห็นได้ว่านอกจากการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ก่อนต่อประกัน จะมีความสำคัญอย่างยิ่งแล้ว การเช็คประวัติเคลมรถก็มีความสำคัญไม่ต่างกัน เพียงสละเวลาและความใส่ใจเพียงเล็กน้อย ก็ช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงิน และเวลา แถมยังป้องกันความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวได้ด้วย
พร้อมที่จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์หรือยัง?
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ
ประวัติการเคลมรถ มีอายุเท่าไหร่?
หลายคนสงสัยว่าเมื่อทำการเคลมประกันแล้ว ข้อมูลจะถูกเก็บไว้กี่ปี? ความจริงแล้ว “อายุประวัติเคลมรถ ขึ้นอยู่กับประเภทของบริษัทประกัน” และนโยบายของแต่ละที่ ซึ่ง มิสเตอร์ คุ้มค่า รวบรวมรายละเอียดที่เป็นประโยชน์มาให้แล้ว
- ส่วนใหญ่บริษัทประกันภัยจะเก็บข้อมูลย้อนหลัง 3-5 ปี
- บางบริษัทประกันภัยอาจเก็บข้อมูลนานถึง 7 ปี ในกรณีเคลมประกันรุนแรง
- ข้อมูลนี้จะถูกใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาเบี้ยประกันรถยนต์ และส่วนลดประวัติดี
วิธีเช็คประวัติเคลมรถด้วยตัวเอง
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่อยากเช็คประวัติเคลมรถของตัวเอง เพียงติดต่อศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) หรือสาขาของบริษัทประกันภัยที่ทำประกันไว้โดยตรง และแจ้งข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็น เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขทะเบียนรถ หรือเลขที่กรมธรรม์ เจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเช็คประวัติเคลมประกันที่ผ่านมา ซึ่งอาจรวมถึงรายละเอียดสำคัญ เช่น วันที่เกิดเหตุ ลักษณะของความเสียหาย ชิ้นส่วนที่ซ่อมแซม และจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่จ่ายไป
ในกรณีที่ต้องการเช็คประวัติเคลมประกันรถยนต์ “รถยนต์ของผู้อื่น” โดยหลักการแล้วบริษัทประกันภัยจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บุคคลที่สาม ถ้าคุณอยู่ในระหว่างพิจารณาซื้อรถมือสอง สามารถร้องขอให้ผู้ขายเป็นผู้ดำเนินการติดต่อบริษัทฯ เพื่อเช็คประวัติเคลมรถ แล้วนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงให้คุณตรวจสอบได้
ข้อมูลและเอกสารที่ควรเตรียม
เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบประวัติการเคลมราบรื่น ควรเตรียมข้อมูลและเอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น ดังนี้
- หมายเลขทะเบียนรถยนต์
- เลขที่กรมธรรม์ประกันภัย (ถ้ามี)
- ชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกันภัย
- เลขตัวถังรถยนต์ (VIN – Vehicle Identification Number)
บริษัทประกันดูอะไรบ้างเมื่อเช็คประวัติเคลม?
เวลาบริษัทประกันภัยเช็คประวัติเคลมรถ จะพิจารณาจากหลายปัจจัยเพื่อ ‘ประเมินความเสี่ยง และกำหนดเบี้ยประกันรถยนต์’ การเข้าใจว่าบริษัทประกันดูอะไรบ้าง จะช่วยให้คุณวางแผนการต่อประกันและคาดการณ์ค่าเบี้ยได้แม่นยำมากขึ้น
- จำนวนครั้งการเคลมประกันรถยนต์ ในช่วง 3-5 ปี
- ประเภทการเคลม เช่น เคลมประกัน มีคู่กรณี หรือเคลมประกัน ไม่มีคู่กรณี
- มูลค่าความเสียหายและสาเหตุของการเคลมประกันรถยนต์
- ผลกระทบต่อส่วนลดประวัติดี และเบี้ยประกันรถยนต์
ทำไมบางบริษัทดูย้อนหลังไม่เท่ากัน?
เหตุผลที่บริษัทประกันภัยแต่ละแห่ง ดูประวัติการเคลมย้อนหลังไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
- นโยบายความเสี่ยงของบริษัทแต่ละแห่ง
- ประเภทกรมธรรม์และความคุ้มครอง
- ข้อมูลการเคลมบางประเภทอาจไม่ถูกบันทึกย้อนหลัง
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
เพื่อให้เห็นผลกระทบของประวัติเคลมต่อค่าเบี้ยประกัน และส่วนลดประวัติดีได้อย่างชัดเจน มิสเตอร์ คุ้มค่า ได้ยกตัวอย่างที่บริษัทประกันใช้ในการพิจารณา ดังนี้ “นายสมชายทำประกันรถยนต์ชั้น 1 มาแล้ว 3 ปี และกำลังจะต่ออายุเข้าสู่ปีที่ 4 โดยค่าเบี้ยประกันในปีที่ 3 คือ 12,000 บาท”
เคลม 1 ครั้งในปีล่าสุด
หากมีการเคลมที่เป็นฝ่ายผิด เช่น ชนแล้วหนี หรืออุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี ในปีประกันล่าสุดเพียงครั้งเดียว บริษัทประกันส่วนใหญ่จะพิจารณาว่าความเสี่ยงของคุณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้
- ค่าเบี้ยประกันในปีถัดไปปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% จากเบี้ยเดิม(12,000)
- ส่วนลดประวัติดีที่เคยได้รับ จะถูกลดลงตามเกณฑ์ที่กำหนด
เคลมเล็กน้อย 2 ครั้ง ภายใน 3 ปี
บางบริษัทอาจปรับขึ้นเบี้ย บางบริษัทไม่สนใจ กรณีที่มีการเคลมความเสียหายเล็กน้อยที่มีมูลค่าไม่สูงนัก แต่เกิดซ้ำ 2 ครั้งในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และคุณเป็นฝ่ายผิด ผลลัพธ์จะแตกต่างกันออกไปตามนโยบายของบริษัท
เคลมฝ่ายถูก
ส่วนใหญ่ไม่กระทบค่าเบี้ย และไม่กระทบส่วนลดประวัติดี หากเกิดอุบัติเหตุแต่เป็นฝ่ายถูก และมีคู่กรณีที่รับผิดชอบชัดเจน ผลกระทบจะน้อยที่สุด
- ส่วนใหญ่ไม่กระทบค่าเบี้ยประกันของคุณในการต่ออายุในปีถัดไป
- ยังได้ส่วนลดประวัติดีตามปกติ(จ่ายถูกลงกว่า 12,000)
การเช็คประวัติเคลมรถอย่างละเอียดถี่ถ้วน เป็นกระบวนการที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างมาก เพราะการมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบ คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป แถมการเช็คประวัติเคลมประกันยังช่วยลดความเสี่ยง จากปัญหาที่อาจตามมาในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญได้อีกด้วย
คำจำกัดความ
| คลาดเคลื่อน | ผิดจากความเป็นจริง |
| นัยสำคัญ | ความสำคัญหรือความหมายที่ชัดเจน |
| มูลค่าความเสียหาย | มูลค่าที่เป็นตัวเงิน หรือผลร้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย/เสียหาย |



