7 คำถามสำคัญ ! ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ ซื้อประกันรถยนต์

แชร์ต่อ
7 คำถามสำคัญ ! ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ ซื้อประกันรถยนต์

การตัดสินใจ ซื้อประกันรถยนต์ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องตัดสินใจด้วยความละเอียดรอบคอบ เพราะแต่ละกรมธรรม์ประกันภัยมีเงื่อนไขความคุ้มครอง ทุนประกัน และรายละเอียดต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป ถ้าไม่อยากเสียผลประโยชน์ หรือพลาดสิ่งสำคัญไป MrKumka รวบรวมประเด็นสำคัญมาให้เรียบร้อยแล้ว ไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย !

7 คำถาม ที่ควรรู้ก่อนซื้อประกันรถยนต์

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มีแพลนจะซื้อรถ และกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ เพราะมองว่าความคุ้มครองจาก พรบ.รถยนต์ เพียงอย่างเดียว อาจให้ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม ถ้าอย่างนั้นเราไปดู 7 คำถามน่ารู้กันเลยดีกว่า

  • 1. ซื้อประกันรถยนต์ประเภทไหนดี ?

    หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ควรรู้แบบเจาะลึก คือ ประเภทของประกันภัยรถยนต์ เพื่อให้คุณเลือกซื้อประเภทที่เหมาะสม ตอบโจทย์ และให้ความคุ้มครองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่มากที่สุด โดยหลัก ๆ แล้วประกันภัยรถยนต์มีทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้

  • 2. แต่ละประเภทคุ้มครองอะไรบ้าง ?

    เมื่อคุณรู้สึกว่าประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พรบ.รถยนต์ ให้ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม ถึงได้มองหาประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ เพื่อเสริมความอุ่นใจให้มากกว่าเดิม แล้วคุณรู้ไหมว่า ? ประกันภัยให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง ถ้าไม่รู้ก็ไปดูกันเลย !

    • คุ้มครองต่อความรับผิดชอบกับบุคคลภายนอก
    • คุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
    • คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์
    • คุ้มครองเมื่อรถยนต์สูญหายหรือไฟไหม้
    • ความคุ้มครองอื่น ๆ ที่สามารถเลือกได้เพิ่มเติม
  • 3. ตอนจะเคลมประกัน จะซ่อมแบบไหน ?

    หนึ่งในคำถามที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจมาก ๆ คือ เมื่อต้องการแจ้งเคลมประกัน สามารถนำรถจัดซ่อมที่ไหนได้บ้าง ซึ่งในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับบริการซ่อมรถที่คุณเลือก ในตอนที่ตัดสินใจทำประกัน โดยมี 2 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้

    ความคุ้มครองแต่ละประเภทของประกันรถยนต์ ที่ MrKumka.com
    • ซ่อมศูนย์

      การซ่อมศูนย์ถือเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และยินดีกับการส่งรถไปซ่อมกับศูนย์บริการตามยี่ห้อรถ ได้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการ มีข้อเสียคืออาจต้องรอคิวนาน

    • ซ่อมอู่

      การซ่อมอู่ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ไม่ดีเสมอไป แถมยังมีค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าซ่อมศูนย์อีกด้วย โดยอู่ส่วนใหญ่จะเป็น “อู่ในเครือ” ที่ทางบริษัทให้การรับประกันแล้วว่ามีมาตรฐาน กรณีที่รถของคุณเป็นรถใหม่ อายุไม่เกิน 3 ปี ทางบริษัทจะให้ใช้อะไหล่แท้จากศูนย์มาทำการซ่อม

  • 4. ทำประกันชั้น 1 จ่ายแล้วจบเลยไหม ?

    ในความคิดของใครหลายคน ๆ ที่ตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ก็เพราะคิดว่า “จ่าย จบ” ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม แต่จริง ๆ แล้วยังมีค่าใช้จ่ายนอกจากเบี้ยประกันด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเคลมประกันเกิดขึ้น หรือที่คุ้นหูกันดีว่า “ค่าเสียหายส่วนแรก” ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

    • ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess คือ จ่ายเมื่อต้องการเคลมกรณีระบุคู่กรณีไม่ได้
    • ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible คือ ค่าใช้จ่ายแบบสมัครใจ เมื่อต้องการเคลมกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด
  • 5. รถคุณยังทำประกันชั้น 1 ได้หรือเปล่า ?

    ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมของประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทำให้หลาย ๆ คนยินดีที่จะต่อประกันประเภทนี้ไปเรื่อย ๆ แม้ว่าจะเป็นประเภทประกันที่มีค่าเบี้ยแพงที่สุดก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ไม่สามารถซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ไปได้ตลอด” เนื่องจากประกันประเภทนี้มีการกำหนดอายุการใช้งานของรถยนต์อยู่ด้วย บางบริษัทกำหนดไว้ว่ารับรถไม่เกิน 7 ปี หรือบางบริษัทกำหนดว่าไม่เกิน 9 ปี เป็นต้น ทั้งนี้ยังสามารถซื้อประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ที่ให้ความคุ้มครองเกือบเทียบเท่ากันได้อยู่

    *Note: อายุของรถยนต์จะเริ่มนับปีแรก หลังจากถูกซื้อออกจากศูนย์บริการ

  • 6. หากไม่มีใบขับขี่ ประกันรถยังคุ้มครองไหม ?

    กรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้วไม่มีใบขับขี่ ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ จะถูกแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

    • กรณีเป็นฝ่ายถูก ประกันของคู่กรณีจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าเสียหายให้คุณตามปกติ
    • กรณีเป็นฝ่ายผิด ความคุ้มครองของบริษัทประกัน จะแบ่งออกเป็น 2 กรณีด้วยเช่นกัน กรณีแรกไม่มีใบขับขี่มาก่อน หรือใบอนุญาตขับขี่โดนระงับ “ประกันไม่คุ้มครองค่าเสียหายให้คุณ แต่ยังคุ้มครองคู่กรณีตามปกติ” หมายความว่าหากมีประกันชั้น 1 จะกลายเป็นความคุ้มครองของชั้น 3 ทันที / กรณีที่สองใบขับขี่หมดอายุ ลืมพกมา หรือโดนยึด “ประกันคุ้มครองตามปกติ”
  • 7. ทำประกันจากที่ไหนได้บ้าง ?

    สำหรับคนที่สนใจและอยากทำประกันภัยรถยนต์ แต่ไม่รู้จะว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน ซื้อประกันจากใคร (รวมถึงกรณีที่ต้องการเปลี่ยนบริษัทประกันใหม่ด้วย) สามารถเลือกซื้อได้ 2 แบบ ดังนี้

    • ตัวแทนประกันภัยรถยนต์

      ตัวแทนบริษัทประกันภัยรถยนต์แต่ละที่ จะเสนอแผนประกันเฉพาะบริษัทที่ตัวเองรับผิดชอบเท่านั้น หากสนใจบริษัทไหนเป็นพิเศษ สามารถติดต่อโดยตรงได้เลย

    • โบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์

      “โบรกเกอร์” อาจเป็นนายหน้าหรือบริษัทก็ได้ ข้อดีของการเลือกซื้อประกันรูปแบบนี้คือ สามารถเลือกดูแผนประกันได้จากหลาย ๆ บริษัทก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่า ตอบโจทย์มากที่สุด

ต้องบอกก่อนว่าทั้ง 7 คำถามที่เราลิสต์มาให้เมื่อข้างต้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่หลาย ๆ คนให้ความสงสัยเป็นอันดับต้น ๆ ในความเป็นจริงยังมีคำถามและข้อควรรู้อีกมาก ที่ควรทำความเข้าใจให้ เจาะลึก ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัย หากไม่มั่นใจเงื่อนไขหรือรายละเอียดส่วนไหน แนะนำให้สอบถามจนกว่าจะเคลียร์ หรือเข้าใจตรงกันกับบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ เผื่อผลประโยชน์ของคุณนั่นเอง

“ประกันภัยรถยนต์” เป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทาง ที่ช่วยให้การขับขี่บนท้องถนนของคุณอุ่นใจ ไร้กังวล แต่แนะนำว่าควรเลือกประกันภัยที่ตอบโจทย์การขับขี่ และพฤติกรรมการใช้รถของคุณให้ได้มากที่สุด เพราะบางครั้งกับบางคนประกันชั้น 1 อาจไม่ได้ตอบโจทย์ขนาดนั้น เช่น นาน ๆ ที่ถึงนำรถออกมาใช้ แบบนี้การมองหาประกันชั้นอื่นอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แถมยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย กรณีที่ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะต้องซื้อแบบไหน ไว้ใจให้ MrKumka เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลย

เปรียบเทียบราคา หรือ ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เราพร้อมให้บริการ

บทความที่น่าสนใจ

เพราะเรารู้ว่าคุณรู้สึกสับสนและมึนหัวเพียงใด ในตอนที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่